อัปเดต Smart Bands มาแรงปี 2026 Smart Bands ยี่ห้อไหนดี
- WHOOP 5.0 และ WHOOP MG (สั่งซื้อได้ที่ https://s.shopee.co.th/7VEqqmh6BP Aff.)
WHOOP 5.0 เป็นสายรัดสุขภาพอัจฉริยะแบบไม่มีหน้าจอที่ออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลร่างกายตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การนอนหลับ การฟื้นตัวของร่างกาย และภาระที่ร่างกายได้รับจากกิจกรรมในแต่ละวัน ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลทั้งหมดผ่านแอป WHOOP ซึ่งจะนำค่าต่างๆ มาประมวลผลเป็นคะแนน Sleep, Recovery และ Strain พร้อมให้คำแนะนำว่าในวันนั้นร่างกายพร้อมออกกำลังกายหนักเพียงใด หรือควรเน้นการพักฟื้นมากกว่า
WHOOP MG ใช้พื้นฐานเดียวกับ WHOOP 5.0 แต่เพิ่มฟังก์ชันตรวจสุขภาพหัวใจ เช่น การวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ ECG โดยฟีเจอร์บางรายการอาจขึ้นอยู่กับประเทศ อายุของผู้ใช้ และการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละพื้นที่
ราคา: WHOOP 5.0 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะจำหน่ายพร้อมแพ็กเกจสมาชิก 12 เดือน โดยราคาจะแตกต่างกันตามระดับสมาชิกและฟังก์ชันที่ได้รับ ได้แก่
- WHOOP 5.0 One พร้อมสมาชิก 12 เดือน ราคาปกติ 10,990 บาท และพบราคาจำหน่ายโปรโมชันประมาณ 9,990 บาท
- WHOOP 5.0 Life หรือ WHOOP MG พร้อมสมาชิก 12 เดือน ราคา 19,990 บาท
สเปคและฟังก์ชันสำคัญ
- รูปแบบอุปกรณ์: สายรัดสุขภาพไม่มีหน้าจอ
- แบตเตอรี่: ใช้งานได้นานกว่า 14 วัน
- รองรับการชาร์จระหว่างสวมใส่ผ่านอุปกรณ์ PowerPack
- ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง
- วัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ หรือ HRV
- ติดตามอัตราการหายใจ อุณหภูมิผิว และการนอนหลับ
- วิเคราะห์ Sleep, Recovery และ Strain
- ประเมิน VO₂ Max และโซนอัตราการเต้นหัวใจ
- มีข้อมูลเกี่ยวกับรอบเดือนและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสำหรับผู้หญิง
- มี WHOOP Coach และระบบคำแนะนำส่วนบุคคล
- WHOOP Peak เพิ่ม Healthspan และ WHOOP Age
- WHOOP MG ในแพ็กเกจ Life รองรับการตรวจ ECG แบบตามต้องการ
- ไม่มี GPS ในตัว ต้องใช้ตำแหน่งจากสมาร์ตโฟนเมื่อต้องการบันทึกเส้นทาง
- รองรับการใช้งานร่วมกับแอป WHOOP บนสมาร์ตโฟน
ข้อจำกัด
- ข้อจำกัดหลักของ WHOOP คือมีค่าบริการสมาชิกต่อเนื่อง ผู้ใช้ไม่ได้จ่ายเงินเพียงครั้งเดียวเพื่อซื้ออุปกรณ์ แต่ต้องต่ออายุสมาชิกเพื่อเข้าถึงระบบวิเคราะห์และฟังก์ชันต่างๆ จึงมีค่าใช้จ่ายระยะยาวสูงกว่า Amazfit Helio Strap หรือ Polar Loop
- ตัวสายรัดไม่มี GPS ในตัว และไม่มีหน้าจอสำหรับดูเวลา ระยะทาง เพซ หรืออัตราการเต้นหัวใจระหว่างออกกำลังกาย ผู้ใช้จึงต้องเปิดโทรศัพท์หรือใช้อุปกรณ์อื่นร่วมด้วยเมื่อต้องการดูข้อมูลแบบเรียลไทม์
- นอกจากนี้ WHOOP เน้นการวิเคราะห์ Strain และ Recovery มากกว่าการนับก้าวแบบสายรัดกิจกรรมทั่วไป ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์สำหรับนับก้าว รับการแจ้งเตือน หรือใช้แทนสมาร์ตวอช อาจรู้สึกว่าฟังก์ชันไม่ตอบโจทย์ ขณะที่ ECG และฟีเจอร์สุขภาพบางรายการของ WHOOP MG อาจยังไม่เปิดให้ใช้งานในทุกประเทศ
- Amazfit Helio Strap
Amazfit Helio Strap เป็นสายรัดสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอที่พัฒนามาสำหรับการออกกำลังกาย การฟื้นตัว และการติดตามสุขภาพตลอดวัน โดยใช้เซ็นเซอร์ BioTracker 6.0 เก็บข้อมูลอัตราการเต้นหัวใจทุกวินาที พร้อมวิเคราะห์การนอน ความเครียด ออกซิเจนในเลือด HRV และระดับพลังงานของร่างกายผ่านระบบ BioCharge
อุปกรณ์สามารถใช้เดี่ยวๆ ผ่านแอป Zepp หรือใช้งานร่วมกับสมาร์ตวอช Amazfit เพื่อเก็บข้อมูลต่อเนื่องในช่วงที่ไม่ได้ใส่นาฬิกา จุดเด่นสำคัญคือซื้ออุปกรณ์เพียงครั้งเดียวและไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน
สเปคและฟังก์ชันสำคัญ
- ขนาดตัวเครื่องประมาณ 33.97 × 24.3 × 10.59 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรวมสายประมาณ 20 กรัม
- ตัวเครื่องผลิตจากพอลิเมอร์เสริมเส้นใย
- สายผลิตจากไนลอน กว้าง 22 มิลลิเมตร
- รองรับข้อมือขนาดประมาณ 145–205 มิลลิเมตร
- กันน้ำระดับ 5 ATM
- แบตเตอรี่ความจุ 232 mAh
- ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 10 วัน
- ใช้เวลาชาร์จเต็มน้อยกว่า 2 ชั่วโมง
- เซ็นเซอร์ BioTracker 6.0 PPG แบบ 5PD + 2LED
- มี Accelerometer, Gyroscope และเซ็นเซอร์อุณหภูมิ
- เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 และ Bluetooth Low Energy
- รองรับ Android 7.0 ขึ้นไป และ iOS 15.0 ขึ้นไป
- มีโหมดกีฬา 57 รูปแบบ
- จดจำท่าฝึกกล้ามเนื้อได้ 25 ท่า
- มีโหมด Strength Training และ HYROX
- วัดอัตราการเต้นหัวใจ HRV การนอน ออกซิเจนในเลือด และความเครียด
- วิเคราะห์ VO₂ Max, Training Load, Training Effect และ Recovery Time
- บันทึกข้อมูลอัตราการเต้นหัวใจแบบออฟไลน์ได้นานสูงสุด 21 วัน
- ส่งอัตราการเต้นหัวใจแบบเรียลไทม์ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับได้
- ซิงก์ข้อมูลกับ Strava, TrainingPeaks, adidas Running, Komoot, Relive, Google Fit และ Apple Health ได้
- ไม่มี GPS ในตัว
ข้อจำกัด
Helio Strap ไม่มี GPS ในตัว การบันทึกเส้นทางวิ่งหรือปั่นจักรยานจึงต้องอาศัย GPS จากสมาร์ตโฟนหรือนาฬิกา Amazfit ที่เชื่อมต่ออยู่ นอกจากนี้ เนื่องจากไม่มีหน้าจอ ผู้ใช้ไม่สามารถดูเพซ ระยะทาง หรืออัตราการเต้นหัวใจจากตัวสายรัดได้โดยตรง
การใช้งานจะให้ประสบการณ์ครบที่สุดเมื่ออยู่ในระบบของ Amazfit และแอป Zepp แม้จะเชื่อมต่อบริการภายนอกได้หลายแพลตฟอร์ม แต่ยังไม่รองรับการซิงก์โดยตรงกับบางบริการ เช่น Samsung Health และ MyFitnessPal
ในด้านการวิเคราะห์การฟื้นตัว แม้จะมี BioCharge และตัวชี้วัดการฝึกที่หลากหลาย แต่ระบบคำแนะนำและการอธิบายข้อมูลอาจยังไม่ละเอียดเท่า WHOOP ซึ่งพัฒนาแพลตฟอร์มด้าน Recovery โดยเฉพาะมายาวนาน
เหมาะกับใคร: เหมาะกับคนออกกำลังกาย นักวิ่ง คนเล่นเวต ผู้เข้าแข่งขัน HYROX และผู้ใช้สมาร์ตวอช Amazfit ที่ต้องการเก็บข้อมูลสุขภาพต่อเนื่อง โดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน- Google Fitbit Air
Google Fitbit Air เป็นสายรัดสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอที่เปิดตัวในปี 2026 โดยเน้นดีไซน์บางเบา สวมใส่ได้ตลอดทั้งวันและระหว่างนอนหลับ อุปกรณ์จะติดตามข้อมูลสุขภาพและกิจกรรมแบบอัตโนมัติ ก่อนนำข้อมูลไปแสดงในแอป Google Health ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของแอป Fitbit
Fitbit Air วางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายกว่าสายรัดสำหรับนักกีฬาโดยเฉพาะ เน้นติดตามกิจกรรมประจำวัน หัวใจ การนอน และสุขภาพโดยรวม พร้อมฟังก์ชันโค้ชสุขภาพที่ทำงานร่วมกับ Gemini
ราคา: Google Fitbit Air ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 5,590 บาท และอาจสูงถึงประมาณ 7,990 บาท ขึ้นอยู่กับสี รูปแบบสาย แพ็กเกจสินค้า และเงื่อนไขการรับประกันของร้านค้า
สเปคและฟังก์ชันสำคัญ
- รูปแบบอุปกรณ์: สายรัดสุขภาพไม่มีหน้าจอ
- น้ำหนักรวมสายประมาณ 12 กรัม
- แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 7 วัน
- ชาร์จประมาณ 5 นาที ใช้งานต่อได้ราว 1 วัน
- รองรับทั้งระบบ iOS และ Android
- ติดตามอัตราการเต้นหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง
- มีเซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด
- มีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิว
- มี Accelerometer สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหว
- ติดตามการนอนและกิจกรรมโดยอัตโนมัติ
- มีระบบตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ
- มี Cardio Load สำหรับประเมินภาระจากการออกกำลังกาย
- มี Smart Wake สำหรับปลุกในช่วงเวลาที่เหมาะสมของวงจรการนอน
- ใช้งานผ่านแอป Google Health
- รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายชิ้น เช่น Fitbit Air และ Pixel Watch ในบัญชีเดียวกัน
- ไม่มี GPS ในตัว
- ฟังก์ชันเชิงลึกและ AI Health Coach บางส่วนต้องใช้ Google Health Premium
ข้อจำกัด
- Fitbit Air ไม่มี GPS ในตัว จึงต้องใช้ตำแหน่งจากโทรศัพท์เมื่อต้องการบันทึกเส้นทางกิจกรรมกลางแจ้ง และเพราะไม่มีหน้าจอ ผู้ใช้จะไม่สามารถดูข้อมูลการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์จากข้อมือได้
- แม้ฟังก์ชันติดตามพื้นฐานจะใช้งานได้โดยไม่เสียค่ารายเดือน แต่ข้อมูลเชิงลึก ระบบวิเคราะห์เพิ่มเติม และ AI Health Coach บางรายการอยู่ในบริการ Google Health Premium จึงอาจมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเมื่อต้องการใช้ความสามารถทั้งหมด
- ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดประมาณ 7 วัน น้อยกว่า WHOOP 5.0, Amazfit Helio Strap และ Polar Loop อีกทั้งอุปกรณ์เน้นการติดตามสุขภาพทั่วไปมากกว่าตัวชี้วัดการฝึกซ้อมเชิงลึก จึงอาจไม่เหมาะกับนักกีฬาที่ต้องการวิเคราะห์ Training Load หรือ Recovery อย่างละเอียด
- Polar Loop (สั่งซื้อได้ที่ https://s.shopee.co.th/3qLYUHcYUQ Aff.)
สเปคและฟังก์ชันสำคัญ
- ขนาดตัวเครื่องประมาณ 42 × 27 × 9 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรวมสายประมาณ 29 กรัม
- น้ำหนักตัวเซ็นเซอร์ไม่รวมสายประมาณ 19.5 กรัม
- ตัวเรือนใช้วัสดุสเตนเลสสตีล
- กันน้ำระดับ WR30 และระบุว่าเหมาะสำหรับการว่ายน้ำ
- แบตเตอรี่ Li-Polymer ความจุ 170 mAh
- ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 8 วัน
- มีหน่วยความจำภายในสำหรับเก็บข้อมูลได้นานประมาณ 4 สัปดาห์
- เซ็นเซอร์วัดชีพจร Precision Prime
- เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ Optical Heart Rate รุ่น GEN 3.5
- มี Accelerometer
- เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth Low Energy
- ติดตามอัตราการเต้นหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง
- วัด HRV ในระหว่างการนอน
- นับก้าวและประเมินกิจกรรมตลอดวัน
- แจ้งเตือนภาวะไม่เคลื่อนไหวผ่านแอป
- คำนวณแคลอรีและเป้าหมายกิจกรรม
- ตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ
- เริ่มบันทึกการออกกำลังกายด้วยตนเองผ่านแอป Polar Flow ได้
- มี Training Load Pro และ Energy Sources
- มี Nightly Recharge, SleepWise และ Sleep Plus Stages
- มี Fitness Test
- ไม่มี GPS ในตัว
ข้อจำกัด
- Polar Loop ไม่มี GPS ในตัวและไม่มีหน้าจอสำหรับดูข้อมูลขณะออกกำลังกาย การวิ่งหรือปั่นจักรยานที่ต้องการเส้นทาง ระยะทาง และเพซจึงต้องใช้สมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์ Polar ชิ้นอื่นร่วมด้วย
- อายุแบตเตอรี่สูงสุดประมาณ 8 วัน น้อยกว่า Amazfit Helio Strap ที่ระบุว่าสูงสุด 10 วัน และ WHOOP 5.0 ที่ใช้งานได้นานกว่า 14 วัน นอกจากนี้ น้ำหนักรวมสายประมาณ 29 กรัม มากกว่า Helio Strap และ Fitbit Air เล็กน้อย
- แม้ Polar Flow จะให้ข้อมูลด้านการฝึกและการนอนที่ละเอียด แต่หน้าตาแอปและจำนวนตัวชี้วัดอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้สำหรับผู้ใช้มือใหม่ และฟังก์ชันด้านสุขภาพทั่วไป เช่น ECG หรือการวัดออกซิเจนในเลือด ไม่ได้เป็นจุดเด่นหลักของรุ่นนี้
เหมาะกับใคร: เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบระบบ Polar นักวิ่งและคนออกกำลังกายที่ต้องการติดตาม Training Load การนอน และการฟื้นตัว รวมถึงคนที่ไม่ต้องการจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน

- Luna Band
Luna Band เป็นสายรัดสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอจากบริษัทผู้พัฒนา Luna Ring เปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 โดยเน้นการติดตามสุขภาพร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ LifeOS ซึ่งไม่ได้แสดงเพียงตัวเลขสุขภาพ แต่พยายามเชื่อมโยงข้อมูลการนอน การฟื้นตัว ความเครียด กิจกรรม จังหวะชีวิต และพฤติกรรมของผู้ใช้เข้าด้วยกัน
จุดเด่นที่ทำให้ Luna Band แตกต่างคือแนวคิดการสั่งงานและบันทึกข้อมูลด้วยเสียง ผู้ใช้สามารถบันทึกมื้ออาหาร อารมณ์ ความเครียด หรือสอบถามคำแนะนำด้านสุขภาพผ่านระบบเสียง โดยในช่วงเปิดตัวมีการสาธิตการทำงานร่วมกับ Siri บน iPhone
สเปคและฟังก์ชันสำคัญ
- รูปแบบอุปกรณ์: สายรัดสุขภาพไม่มีหน้าจอ
- ใช้ชุดเซ็นเซอร์ Optical Sensor สำหรับวัดข้อมูลชีวภาพ
- มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ 6 แกน
- ติดตามอัตราการเต้นหัวใจ
- ติดตามอัตราการหายใจ
- วัดอุณหภูมิร่างกายหรืออุณหภูมิผิว
- วิเคราะห์การนอนหลับ
- ติดตามกิจกรรมและการเคลื่อนไหว
- วิเคราะห์การฟื้นตัวและความเครียด
- ประเมินการเปลี่ยนแปลงของ Circadian Rhythm
- มีข้อมูลด้านสุขภาพและภาวะเจริญพันธุ์บางรายการ
- ใช้ระบบ LifeOS วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพตามบริบท
- รองรับการบันทึกอาหาร อารมณ์ และพฤติกรรมด้วยเสียง
- ทำงานร่วมกับแอป Luna
- ไม่มีค่าบริการสมาชิก
- รองรับทั้งอุปกรณ์ Apple และ Android ตามข้อมูลการเปิดตัว แต่ความสามารถด้านเสียงอาจแตกต่างกันระหว่างระบบ
- รายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจุแบตเตอรี่ มาตรฐานกันน้ำ ขนาด และน้ำหนัก ยังมีข้อมูลเผยแพร่จำกัด
ข้อจำกัด
- Luna Band เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่มากในปี 2026 จึงยังมีรีวิวการใช้งานระยะยาวและการทดสอบความแม่นยำจากผู้ใช้จริงค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับ WHOOP, Polar หรือ Fitbit ที่มีฐานผู้ใช้และข้อมูลการทดสอบมากกว่า




