Tamsui หรือ ตั้นสุ่ย
หนึ่งในหมุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนไต้หวัน
เมืองแห่งนี้โดดเด่นด้วยการเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตั้นสุ่ย (Tamsui River)
ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคลาสสิก สวยงาม ฟีลการเที่ยวจะเป็นแบบช้าๆ เรื่อยๆ
ปล่อยใจจอย จำนวนนักท่องเที่ยวไม่แน่นขนัดตาเท่าไหร่
เพราะต้องเดินทางออกมาจากกลางเมืองราวๆ 20-30 นาที วันนี้เรามีแพลนเดินเที่ยวเล่น
Tamsui มาฝากกัน แต่ก็อาจจะไม่แพลนที่เน้นการเก็บแลนมาร์คมากเท่าไหร่หรอกนะ
เพราะเดินไปตามฟีลล้วนๆ อันไหนไปถึงก็จะไป อันไหนอ่อมแก่ก็จะยอม (5555+)
มองลงไปที่ด้านล่างของสถานีก็จะเจอกับวิวริมแม่น้ำของ Tamsui River ได้เลยทันที
วิวสวยเลยแหละ แต่เสียดายช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ฟ้าเลยทึมๆ
ไปหน่อย พอตกสายๆ ฝนก็ลง
เดินลงมาที่บันไดด้านล่าง มีทางออกทั้งหมด 3 ด้าน ฝั่ง 1 กับ 2 จะเป็นทางไป Tamsui Old Street และทางออก 3 เป็น Golden Riverside วิวเดียวกับด้านบน สถานีรถไฟแห่งนี้ขนาดกว้างใหญ่เลย ด้านล่างเป็นลานโล่งๆ คนไม่เยอะมากนัก ตรงกันข้ามกับสถานีมีห้างสรรพสินค้า meito Mall ตอนแรกก็จะเดินไปดูเสื้อผ้าแบรนด์ NET แบบขำๆ แต่ไปเจอร้านซูชิ KURA ก็เลยแวะเข้าไปชิมด้วยเฉ้ย (555+) ด้วยความที่เราเป็นคนชอบกินซูชิสายพานอยู่ด้วยก็เลยไม่พลาด ร้านนี้ทำมาได้ดีเลยนะ มีรายการให้เลือกหลากหลาย แต่จะน้อยกว่าพวก SuShiro หน่อย คนจะไม่ค่อยแน่น Walk in เข้าร้านได้เลย ไม่ต้องรอนาน มีเกมสนุกๆ เมื่อเรากินครบ 5 ถาด แล้วเอาถาดเก็บเองผ่านเครื่องหยอดที่โต๊ะ ก็จะได้สิทธิ์สุ่มกาชาด้วย

จากนั้นเราก็ตัดสินใจกันว่าเดินเลาะชมวิวทะเลกันสักหน่อยดีกว่า ก็เลือกที่จะเดินไปทางซ้ายสุดของถนนซึ่งจะเชื่อมเข้ากับริมแม่น้ำตั้นสุ่ยได้พอดี ซึ่งเส้นทางนี้เป็นทางที่ทำเอาไว้เพื่อเดินชมวิว และเป็นเส้นทางปั่นจักรยานเที่ยวได้ด้วย
เมนูที่ขายจะเน้นพวกของหวานและขนม โดยเมนูเด็ดทางร้านคือเครปโรลนุ่มๆ และขนม Kagikori ซึ่งจะเป็นน้ำแข็งขูดฝอยๆ นุ่มๆ เหมือนร้านดังอย่าง After You ของประเทศไทย โดยร้านจะมีกฏให้สั่ง 1 เมนู/คน
เรานั่งฝั่งร้าน Kagikori นะ ตัวร้านค่อนข้างเล็กเลย แต่เขาแก้ไขปัญหาด้วยการให้ลูกค้านั่งหันเข้าฝั่งแม่น้ำแค่ทางเดียวเท่านั้น เลยกลายเป็นไม่ได้อึดอัดมากนัก บรรยากาศในร้านเงียบ สงบ ได้ยินเสียงเพลงคลอเบาๆ ได้ฟีลดี ส่วนการสั่งจะเป็นแบบสแกน และจ่ายก่อนทาน
ตรงนี้จะเป็น Lover’s Bridge สะพานแห่งความรัก ที่คนชอบมาดูวิวพระอาทิตย์ตกกัน สะพานขนาดใหญ่มากๆ เลย เดินถ่ายรูปกันได้หลากหลายมุม
เราชอบกระจกรถไฟรางเบามาก จะเป็นกระจกบานใหญ่ๆ เลย มองเห็นวิวเมืองสวยๆ ได้ดี
เที่ยว Tamsui แบบ one day trip แบบปล่อยใจจอย ชิลๆ เที่ยว Tamsui Old Street
ทริปไปไต้หวันของเราอัดแบบแน่นๆ เลยคือ 10 วัน ตามช่วงอายุเซลล์ในร่างกายก็เลยมีอาการเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา วันหลังๆ เลยเน้นเดินเที่ยวแบบชิลๆ วันนี้มีแพลนจะไป Tamsui ตามที่หลายๆ คนรีวิวกัน แพลนเราเริ่มต้นเดินทางจากสถานี Taipei Main Station วิธีเดินทางไปก็สะดวกมากๆ เพราะรถไฟฟ้าไปส่งถึงปลายทางเลยนะ ไม่ต้องต่อรถหรืออะไรแต่อย่างใด โดยเราจะนั่งไปลงที่สถาน R28 Tamsui ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20-30 นาทีเห็นจะได้ นั่งจนผล็อยหลับไปเลย
|
| ถึงแล้วจ้า สถานี Tamsui |
เดินลงมาที่บันไดด้านล่าง มีทางออกทั้งหมด 3 ด้าน ฝั่ง 1 กับ 2 จะเป็นทางไป Tamsui Old Street และทางออก 3 เป็น Golden Riverside วิวเดียวกับด้านบน สถานีรถไฟแห่งนี้ขนาดกว้างใหญ่เลย ด้านล่างเป็นลานโล่งๆ คนไม่เยอะมากนัก ตรงกันข้ามกับสถานีมีห้างสรรพสินค้า meito Mall ตอนแรกก็จะเดินไปดูเสื้อผ้าแบรนด์ NET แบบขำๆ แต่ไปเจอร้านซูชิ KURA ก็เลยแวะเข้าไปชิมด้วยเฉ้ย (555+) ด้วยความที่เราเป็นคนชอบกินซูชิสายพานอยู่ด้วยก็เลยไม่พลาด ร้านนี้ทำมาได้ดีเลยนะ มีรายการให้เลือกหลากหลาย แต่จะน้อยกว่าพวก SuShiro หน่อย คนจะไม่ค่อยแน่น Walk in เข้าร้านได้เลย ไม่ต้องรอนาน มีเกมสนุกๆ เมื่อเรากินครบ 5 ถาด แล้วเอาถาดเก็บเองผ่านเครื่องหยอดที่โต๊ะ ก็จะได้สิทธิ์สุ่มกาชาด้วย
นอกจากร้านซูชิสายพาน ด้านล่างก็จะมี Uniqlo และร้าน NET ซึ่งเป็นแบรนด์แฟชั่น เสื้อผ้า ราคากลางๆ ซึ่งได้รับความนิยมมากๆ ในกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วยเหมือนกัน มาเลือกช็อปกันได้
อิ่มท้องแล้วก็เดินลุยกันต่อ เราข้ามฝั่งมาเดินเล่นที่ฝั่งริมแม่น้ำ ซึ่งก็จะเป็นบริเวณเดียวกับ Tamsui Old Street เหมือนกัน ฝั่งนี้จะมีร้านขายของฝาก ทั้งของกิน ของใช้ และร้านอาหารเยอะมาก ฟีลเหมือนเราไปเที่ยวถนนท่องเที่ยวของภูเก็ตหรือเมืองท่องเที่ยวต่างๆ แบบนั้นเลย นักท่องเที่ยวทั้งแบบแบ็กแพ็ก หรือแบบที่มากับทัวร์เดินกระจายกันไปจนทั่ว
เดินเล่นต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับวัดที่ฝั่งขวามือ ตรงนี้จะเป็นเนินชันๆ
ที่เราสามารถเดินขึ้นไปได้ ด้านบนจะเป็นอาคาร บ้านเรือนของคนท้องถิ่น
นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาถ่ายรูปกับวิวที่ดูคลาสสิกเบาๆ
บรรยากาศดีมากๆ เลยนะ คนน้อย ถ่ายรูปได้สะดวก
ระหว่างทางเดินขึ้นเนินแอบเจอน้องแมวด้วยนะ
เขามีทั้งอาหารและน้ำเตรียมให้น้องๆ แบบพร้อมสรรพ
จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทาสแมวแบบเรามากๆ (555+) แวะถ่ายรูปจนหนำใจก็เดินเล่นกันต่อ
|
|
สายตาแบบ ฉันจะไม่คุยกับแกหรอกนุดดด
|
📍พิกัดมุมถ่ายรูป: https://maps.app.goo.gl/r3sWJZ7yNjF4XnV29
มาเมือง Tamsui ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ร้านเค้กไข่ไต้หวัน หรือ Taiwanese Castella Cake แบบก้อนใหญ่เต็มกล่อง เนื้อขนมนุ่มเด้ง หอมไข่ และมีไส้ชีสเยิ้มๆตรงกลางด้วย แถวๆ เดียวกันจะมีร้านเค้กไข่หลายเจ้ามาก แต่เจ้าต้นตำรับเลยแถวจะยาวเป็นพิเศษ เราแอบไปยืนต่อคิวมา แต่ก็แอบวืดรอบแรก เพราะจำนวนคนต่อคิวเยอะมาก ก็ลยแอบถอดใจไปก่อน ส่วนใครที่สนใจอยากลองชิมอาจจะต้องต่อคิวกันสักหน่อยเพราะ process ทำขนมเขาจะช้าหน่อย เป็นแบบอบแล้วขาย ไม่ทำตั้งเอาไว้ ก่อนขายก็จะมีการวัดขนาดเพื่อแบ่งตัดเป็นชิ้นๆ เอาใส่กล่อง และมีการตัดแบ่งในกล่องอีกที ส่วนเค้กที่ได้ต่อเสิร์ฟชิ้นใหญ่เลยนะ เต็มกล่องเลยทีเดียวแหละ ท่าที่เห็นจะมีรสออริจินัลกับรสช็อกโกแลต ใครเคยลองชิมมา comment แชร์กันได้นะ
📍พิกัดร้านเค้กไข่ไต้หวัน: https://maps.app.goo.gl/rpcio69XANnV9z557
📍พิกัดร้านเค้กไข่ไต้หวัน: https://maps.app.goo.gl/rpcio69XANnV9z557

ต่อจากร้านเค้กไข่คัสเตลลา (ที่ไม่ได้ชิม 555+) เราก็เดินไปจนเจอวงเวียนใหญ่กลางถนน ให้ข้ามฝั่งไปแล้วเดินเลาะซอยต่ออีกเล็กน้อยก็จะเจอกับ Tamsui Presbyterian Church โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์เก่าแก่และมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมือง Tamsui โบสถ์แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับมิชชันนารีชาวแคนาดาชื่อ George Leslie Mackay หรือที่ชาวไต้หวันรู้จักในชื่อ “馬偕” (หม่าไค) ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ การแพทย์ และการศึกษาในพื้นที่ Tamsui ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 บรรยากาศด้านหน้าจะเงียบๆ หน่อย ตอนที่เราไปมีคนกำลังเซลฟี่อยู่ประมาณ 1-2 คน ตัวโบสถ์ยังดูสวยงาม สีแดงของอิฐยังสดสวย ไม่ได้ดูทรุดโทรมเลยแต่อย่างใด
จากนั้นเราก็ตัดสินใจกันว่าเดินเลาะชมวิวทะเลกันสักหน่อยดีกว่า ก็เลือกที่จะเดินไปทางซ้ายสุดของถนนซึ่งจะเชื่อมเข้ากับริมแม่น้ำตั้นสุ่ยได้พอดี ซึ่งเส้นทางนี้เป็นทางที่ทำเอาไว้เพื่อเดินชมวิว และเป็นเส้นทางปั่นจักรยานเที่ยวได้ด้วย
แถวนี้จะมีร้านอาหาร คาเฟ่ ต่างๆ อยู่เป็นระยะ สามารถแวะทานอาหารและเครื่องดื่มได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีมุมนั่งพัก มองวิวแม่น้ำแบบชิลๆ อีกด้วย
วิวจะมีความเป็นเมืองท่าน้ำ มีเรือลำเล็กๆ และรือขนาดกลางจอดอยู่ด้วยเป็นระยะ ส่วนตรงเวิ้งนี้จะเป็นมุมของร้านคาเฟ่น่ารักๆ มีทั้งร้านกาแฟ ร้านมัทฉะ และร้านที่ขาย Kagikori กับเครปนุ่มๆ ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อร้านว่า Asahi Huuhu
ร้านจะเป็นห้องขนาดเล็กๆ แยกออกเป็น 2 ร้าน คือร้านที่ขายเครปกับร้านที่ขาย Kagikori ซึ่งเราสามารถเลือกนั่งได้ทั้ง 2 ร้าน และสามารถสั่งเมนูจากอีกร้านมาทานได้
![]() |
| เมนูเครปของทางร้าน |
![]() |
| เมนู Kagikori |
![]() |
| ทำเมนู Kagikori สดใหม่ ออเดอร์ต่อออเดอร์ |
เราสั่งมาเป็นช็อกโกแลตทั้งคู่ ตัว kagikori เหมือนกินน้ำแข็งใส แต่น้ำแข็งด้านนอกจะออกรสนมๆ และนุ่ม โรยผงโกโก้ ไส้ด้านในจะเป็นไส้ช็อกโกแลต โอรีโอ้ เน้นหวานๆ เย็นๆ กินได้เรื่อยๆ ทีี่เราชอบสุดๆ ก็ยกให้เครปเลย แป้งด้านนอกนุ่ม หอม ไส้ตรงกลางเป็นครีมเนื้อเนียนๆ หวานเบาๆ และมัน ปริมาณที่ได้มาก็เยอะเลย กินเพลินมากกกก ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งตัวแอปเปิ้ลวินิกร้ามาตัดเลี่ยน ก็จะออกเปรี้ยวๆ ซ่าๆ สดชื่นดี นั่งละเลียดขนมไปจนหมด นั่งชมวิวสักพัก ก็ผละออกจากร้าน
📍พิกัดร้าน Asahi Huuhu: https://maps.app.goo.gl/GLGLBZUyD5nGKwPdA
ที่ถัดไปเรามุ่งหน้าไปยัง Tamsui Fisherman’s Wharf หรือท่าเทียบเรือตั้นสุ่ยกัน ด้วยการนั่งรถบัสจากป้ายรถ Veterinarian Research Institute ไปยัง Light Rail Tamsui Fisherman's Wharf Station ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาที เวลาจ่ายค่ารถบัสก็ใช้บัตร Easy card ได้เลย
ถึงแล้ว Light Rail Tamsui Fisherman's Wharf Station น้องจะเป็นรถไฟรางเบา วิ่งคู่ถนนในเมืองเลยนะ เก๋ดีเลย โดยตอนกลับเข้าเมืองเราก็จะนั่ง Light Rail Tamsui Fisherman's Wharf ไปยังสถานทีปลายทางที่เชื่อมกับรถไฟสายสีแดงนั่นเอง
ออกเดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับโรงแรม Fullon Hotel Tamsui Fisherman’s Wharf ทางนี้จะเป็นทางที่เราเดินไปยังสะพาน Lover’s Bridge อีกหนึ่งจุด check in ที่นักท่องเที่ยวชอบไปชมวิวพระอาทิตย์ตกกันที่นั่น ซึ่งนั่นแหละวันที่เราไปฟ้าปิดมากๆ 55555+ ลมแรง ฟ้าครึ้มสุดๆ คือฝนตกอยู่ที่เกาะฝั่งครงข้ามเลยแหละ ฝั่งเราได้เป็นฝนเม็ดเล็กๆ ก็รู้สึกดีใจแล้ว
![]() |
| อันนี้เหมือนเป็นงานอาร์ทที่จัดแสดงอยู่ทั่วเมืองเลย น้องน่ารัก |
![]() |
| Lover’s Bridge |
ตรงนี้จะเป็น Lover’s Bridge สะพานแห่งความรัก ที่คนชอบมาดูวิวพระอาทิตย์ตกกัน สะพานขนาดใหญ่มากๆ เลย เดินถ่ายรูปกันได้หลากหลายมุม
ข้ามสะพานมาอีกฝั่ง จะเป็นโซนร้านอาหาร และมีตลาดปลาด้วย แต่เราก็เดินผ่านเฉยๆ ด้านหน้าบรรยากาศสวยดี เดินเล่นเสร็จเราก็เตรียมตัวกลับเข้าตัวเมืองช่วงเย็นๆ โดยเราจะเดินย้อนกลับไปที่ Light Rail Tamsui Fisherman's Wharf Station และนั่งไปสถานีปลายทาง ส่วนเวลาการเดินทาง เพื่อนๆ สามารถย้อนไปดูตารางรถที่เราแปะไว้ด้านบนกันได้เลยนะ จะได้วางแผนกลับกันแบบคล่องตัวจ้า
รถไฟจะจอดรอและออกตามตารางเวลาเป๊ะๆ ขาขึ้นแตะบัตร Easy Card ได้เลยเหมือนกัน เวลาที่รถยังไม่ออกถ้าประตูปิดอยู่ เราสามารถกดปุ่มเพื่อเปิดประตูได้ บรรยากาศด้านในรถจะเป็นสีฟ้าๆ มีงานอาร์ตตกแต่งบนที่นั่งด้วยนะ น่ารักมาก นอกจากในรถ ยังเห็นน้องกระจายอยู่ตามสถานีต่างๆ ด้วย จำนวนคนที่ขึ้นต้นทางจะน้อยหน่อย แต่พอไปถึงช่วงกลางๆ คนจะขึ้นจนแน่นขนัดเลย ความโชคดีของการขึ้นต้นทางคือเราจะมีที่นั่งชัวร์ๆ
![]() |
| บรรยากาศภายในรถ ทั้งน่ารัก ทั้งสะอาดตา |
เราชอบกระจกรถไฟรางเบามาก จะเป็นกระจกบานใหญ่ๆ เลย มองเห็นวิวเมืองสวยๆ ได้ดี

นั่งมาจนถึงสถานีสุดท้าย คนใช้บริการเยอะเลยเหมือนกัน เพราะสถานีปลายทางที่นี่จะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่เราสามารถเดินทางกลับไปยัง Taipei Main Station ได้เลย
เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ทริปเที่ยว Tamsui แบบ one day trip ของเรา ที่เน้นเที่ยวแบบชิลๆ เอาแบบจอยๆ ไม่ต้องตามเก็บให้ครบทั้งหมด แต่เที่ยวเอาตามฟีล เดินเล่นตามที่ไหว แต่ก็แอบเสียดายว่าฟ้า ฝน ไม่เป็นใจเท่าไหร่ เพื่อการเที่ยวแบบคล่องตัว แนะนำให้เพื่อนๆ เช็กสภาพอากาศรายวันก่อนมา ถ้าเลือกวันที่ฟ้าเปิดๆ อากาศดี ไม่มีฝนได้จะเวิร์คมากๆ เพราะวิวริมแม่น้ำของที่นี่สวยมากจริงๆ เลยละ
© 2026 onetotea92. All rights reserved.ภาพทั้งหมดในบทความนี้เป็นผลงานที่ถ่ายโดยเจ้าของเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้ คัดลอก หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต



































