รีวิวเที่ยวไต้หวันเหนือ 10 วัน Taipei and Beyond | Day 1: เริ่มทริปที่ไทเป

รีวิวเที่ยวไต้หวันเหนือ 10 วัน Taipei and Beyond | Day 1: เริ่มทริปที่ไทเป
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ซีรีส์ Taipei and Beyond บันทึกทริปไต้หวันเหนือ 10 วันของเรา ปลายเมษา 2026 ที่เราจะตะลุยไทเปและเมืองรอบๆ ทั้ง Fulong, Houtong, Yangmingshan, Keelung และที่อื่นๆ ตามที่สังขารจะพาไปไหว 🤣 ทริปนี้เราออกเดินทางคืนวันที่ 24 เมษายน 2026 ไปถึงไต้หวันเช้าวันที่ 25 ด้วยสายการบิน EVA Air เที่ยวบินตี 1 ครึ่ง ไปถึงไต้หวันช่วงเช้า เลือกแบบนี้เพื่อให้ได้เที่ยววันแรกแบบเต็มๆ แต่จะบอกว่าค่อนข้างเหนื่อยเชียวแหละ บินช่วงตีสองกว่าๆ มาแลนดิ้งที่ไต้หวันก็ราวๆ 6 โมงเช้า และกว่าจะได้เช็กอินเข้าที่พักคืนแรกก็หลังบ่ายสามเป็นต้นไป ดังนั้น Day 1 ของเรา เลยวางแผนไว้ค่อนข้างชิวๆ ไม่ไปไกลเกินที่พักมาก

สรุปคร่าวๆ Day 1 ใน Taiwan ของเรา

  • 20:00 - ออกจากบ้านนั่ง Airport Rail Link ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
  • 01:30 - บิน EVA Air ไป Taoyuan (TPE)
  • 06:20 - ถึงไต้หวัน โดยสวัสดิภาพ (เวลาท้องถิ่น)
  • เช้า - ลง MRT สีม่วง (Airport MRT) เข้า Taipei Main Station แล้วเดินไปโรงแรม
  • สาย - ฝากกระเป๋าที่ Hotel Relax III + ซาลาเปา/น้ำเต้าหู้มื้อแรก
  • กลางวัน - Simple Kaffa Huashan + Huashan 1914 Creative Park
  • บ่าย - เดินผ่าน Syntrend แวะลองแพนเค้กไส้กรอกหมูใส่กระเทียมจากรถเข็นริมถนน
  • บ่ายแก่ - ชานม 50嵐, โดนัทกรอบ Culy Mama, ซาลาเปาอบโอ่ง ระหว่างทางกลับโรงแรม
  • หัวค่ำ - Saizeriya มื้อค่ำง่าย ๆ
จากแผนด้านบนจะเห็นว่า Day 1 ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่เป็นวันที่ตั้งใจจะเก็บแรงไว้ก่อน เพราะอีก 9 วันที่เหลือเราต้องลุยกันยาวๆ

น้องจอดรอแล้ว มีดีเลย์เล็กน้อยประมาณ 10 นาที

สำหรับทริปนี้เราเลือกใช้บริการสายการบิน EVA Air ทั้งขาไปและกลับ ไหน ๆ ไปไต้หวันก็เลยอยากจะลองใช้บริการสายการบินสัญชาติไต้หวัน และ EVA Air ก็อยู่ในเครือ Star Alliance ด้วยก็เลยลองดู

ออกจากบ้านประมาณ 2 ทุ่ม นั่ง Airport Rail Link ไปสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินก็ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ เคาน์เตอร์ EVA Air เปิดเช็คอินก่อนเที่ยวบินประมาณ 3 ชั่วโมง คิวไม่ยาวเลยเพราะเป็นไฟลท์ดึก ผ่าน ตม. ขาออกฉลุย มีเวลาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และแวะพักผ่อนใน Miracle Lounge ก่อนขึ้นเครื่อง

ดูหนังเพลินสุดๆ

มีอาหารบริการบนเครื่อง ครบครันดี

เครื่องออกตี 1 ครึ่ง หลังจากเครื่องขึ้นไปสักพักแล้ว พนักงานก็จะนำอาหารมาเสิร์ฟ สำหรับอาหารบนเครื่องขาไปที่เราได้จะเป็นกระเพราหมู ลาบไก่ ขนมปัง เนย และผลไม้ รสชาติดีเลยละโดยเฉพาะตัวลาบไก่ แอบแซ่บ จนประทับใจมาก คิดว่าที่รสชาติถูกปากคนไทยแบบเราเพราะอาหารออกจากมาจากครัวฝั่งไทยด้วยแหละเนอะ ส่วน facilities อื่นๆ ก็ครบครันดีนะ มีหน้าจอส่วนตัว มีหนังให้เลือกดูเยอะมาก+แถมหูฟังแบบ in-ear ให้รายคน (แต่ไม่สามารถนำกลับได้) บนเครื่องมีผ้าห่มบริการเหมือนกันนะแต่ต้องขอเพิ่มเอา ไม่ได้แจกให้ทุกคน ส่วนเรื่องตารางเวลาการออก-ลงจอด ก็ตรงเวลาดี ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด 

ถึงสนามบินเถาหยวนแล้วจ้า

บินไปประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที ถึง Taoyuan International Airport (TPE) ประมาณ 6 โมง 20 ตามเวลาท้องถิ่นไต้หวัน (เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมงนะ) ใครหลับในเครื่องเก่งจะถือว่าฟิน ตื่นมาถึงปลายทางเลย แต่ถ้าหลับไม่สนิทอย่างเรา... เตรียมใจไว้ ตื่นมาแบบงงๆ ตาปรือ

Oh Bear สัญลักษณ์การท่องเที่ยวของไต้หวัน เพราะมีหมีดำฟอร์โมซา เป็นสัตว์อนุรักษ์ของไต้หวัน

เดินตามป้ายบอกทาง หรือ เส้นสีม่วงไปได้เลย

เครื่องลงที่ Taoyuan สำหรับวันที่เรามา นี่ผ่าน ตม. ของไต้หวันเร็วมาก เช้าตรู่คิวสั้น ผ่านทั้งกระบวนการสิริรวมแล้วแค่ประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้น หลังรับกระเป๋าเสร็จ เราเดินตามป้าย Airport MRT (สีม่วง) ลงไปชั้น B1 ของอาคารผู้โดยสาร เพื่อที่จะเข้าเมืองไทเป ไม่ต้องกลัวหลงเลยมีเส้นนำทางบนพื้นชัดเจนมาก

สำหรับรถไฟเข้าเมืองไทเป (Taipei Main Station) จะมี 2 แบบ

  • Express (รถด่วนสีม่วง) - สถานีจอดน้อยกว่า ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที
  • Commuter (รถธรรมดาสีน้ำเงิน) - จอดทุกสถานี ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

ค่าตั๋วราคาเท่ากันที่ 150 NTD สามารถใช้บัตร VISA, MasterCard แตะขึ้นได้เลย เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้รอนาน ขึ้น Express ดีกว่า ประหยัดเวลานิดนึงก็ยังดี

ถึงแล้วจ้า อาคาร A1 Taipei Main Station พร้อมหลงแล้ว (หยอกก)

พอลงที่ Taipei Main Station อาคาร A1 เพื่อความไม่หลง แนะนำให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปด้านบนเพื่อแตะออกจากสถานี จากนั้นขึ้นต่อไปอีกชั้น จะเป็นทางเข้าเชื่อมกับ Taipei City Mall และให้เปิดดูว่าโรงแรม/ที่พักที่เราจอง ออกทางประตูไหนใกล้ที่สุด ให้ค่อยๆ เดินหาประตูทางออกอีกที ส่วนเราจะใช้ประตูทางออกฝั่ง Z เลยเดินเลาะเข้าไปที่ K Underground และใช้ทางออก Z8 โดยมีแพลนแรกเลยก็คือเดินไปที่โรงแรมเพื่อฝากกระเป๋า 

Hotel Relax III ไต้หวัน
ที่พักของเราคืนแรกคือ Hotel Relax III เป็นโรงแรมที่ถือว่าทำเลดี ใกล้ Taipei Main Station แล้วก็มีร้านอาหารเช้า ร้านชา ร้านสะดวกซื้อรอบๆ เพียบ ออกไปเจออะไรกินตลอด

Hotel Relax III ไต้หวัน

พอไปโรงแรม ก็แจ้งพนักงานได้เลยว่าจองที่พักไว้วันนี้ ต้องการฝากกระเป๋าไว้ ซึ่งเคาน์เตอร์จะรับฝากกระเป๋าให้ฟรี (โรงแรมในไทเปหลายที่จะมีบริการนี้นะ) พนักงานพูดอังกฤษได้คล่อง รับเรื่องเร็ว เคลียร์ทุกอย่างได้ภายใน 5 นาที

Hotel Relax III ไต้หวัน
Hotel Relax III ไต้หวัน
ห้องที่เราจองคือ Classic Double Room ห้องมุมชั้น 6 รีวิวสั้นๆ คือ ก็โรงแรมทั่วไป ไม่ได้พิเศษอะไร แต่ก็ไม่มีอะไรให้บ่น ห้องสะอาด เตียงนุ่มพอใช้ น้ำอุ่นแรงดี มีตู้เย็น ขวดน้ำเปล่าให้ พนักงานพูดอังกฤษได้ดี ในแง่ที่พักสำหรับเที่ยว ก็โอเคนะ แต่ที่เพิ่งเคยเจอคือทางโรงแรมจะไม่ได้ทำความสะอาดห้องให้เราทุกวันนะ เท่าที่จำได้ 2 วันจะทำความสะอาดให้ 1 ครั้ง แต่สามารถขอเปลี่ยนผ้าขนหนูและเก็บขยะได้ทุกวัน
.
ฝากกระเป๋าเสร็จ เราก็เริ่มเดินสำรวจรอบ ๆ โรงแรม และเจอร้านอาหารข้างๆ โรงแรมที่ขายซาลาเปา กับน้ำเต้าหู้ เลยถือโอกาสเปิดมื้อแรกในไต้หวัน

อาหารมื้อแรกในไต้หวัน
ซาลาเปาในถุงพลาสติก และ น้ำเต้าหู้แบบแก้ว น่ารัก

เราสั่งซาลาเปาไส้ผัก 1 ลูก ไส้หมู 1 ลูก คู่กับน้ำเต้าหู้จืด มื้อนี้รวมแล้วประมาณ 60-80 NTD เปิดต้อนรับจากไต้หวันได้ดีมาก

7-11 สาขา Peanut

ถัดๆ กันกับร้านซาลาเปาที่ขายดีสุดๆ ก็จะเป็น 7-11 ที่ตกแต่งสาขาน่ารักๆ สาขานี้จะเป็น Peanut สังเกตว่า 7-11 ที่นี่จะมีการเอาการ์ตูนมาแต่งเป็น Theme หลักของร้านด้วยนะ เท่าที่เราเจอมามีทั้ง Sanrio, Kitty, Ultraman และมีการ์ตูนชื่อดังต่างๆ เยอะมาก การตกแต่งของเขาก็จะน่ารักเลยทีเดียว รักษา Theme ตั้งแต่หน้าร้านไปยันในร้าน และจะมีสินค้าเป็นการ์ตูนนั้นๆ วางขายมากเป็นพิเศษด้วย

Super Card ลายชินจัง น่ารักมากกก

เรื่องต่อไปคือต้องไปหา EasyCard ก่อนเริ่มเดินทาง! จริงๆ เราซื้อที่สนามบิน Taoyuan ก็ได้นะ แต่ตั้งใจไม่ซื้อตั้งแต่ที่นู่น เพราะรู้มาว่าที่ 7-Eleven ในเมือง มีลายให้เลือกเยอะกว่ามาก อยากได้บัตรลายน่ารัก ๆ เก็บเป็นที่ระลึกของทริปด้วยน่ะ ฮ่าๆ โชคดีที่ไต้หวันมี 7-Eleven แทบทุกหัวมุม เดินไม่กี่ก้าวก็เจอละ

EasyCard คือบัตรเติมเงินที่เรียกได้ว่าเป็น คีย์หลักของการเดินทางในไต้หวันเลย เพราะใช้ได้แทบทุกอย่าง ทั้ง:

  • รถไฟ MRT ทุกสาย (Airport MRT + Taipei Metro)
  • รถเมล์
  • รถไฟ TRA และ THSR (รถไฟความเร็วสูง)
  • ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Family Mart, Hi-Life
  • ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องขายอัตโนมัติบางตัว
  • ตู้ล็อกเกอร์ฝากของที่สถานีรถไฟ

สรุปได้คือ แค่ใบเดียวเอาอยู่ทุกอย่าง ไม่ต้องพกเหรียญเยอะ ไม่ต้องซื้อตั๋วทีละครั้ง ส่วนวิธีซื้อก็ง่ายมาก เดินเข้า 7-Eleven เลือกบัตร EasyCard ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่เคาเตอร์จ่ายเงินที่นี่จะมีลายต่างๆ ให้เลือกหลายแบบ เลือกลายที่ชอบเลย ตอนเลือกถ้าใครเจอคำว่า Super Card, iPass เราเข้าใจว่าใช้งานได้ใกล้เคียงกันนะ แต่ไม่แน่ใจรายละเอียดนะ ราคาบัตรเปล่าประมาณ 120 NTD (แล้วแต่ลายนะ) ที่เราซื้อจะเป็น Super Card กันคนละใบ เลือกลายที่แต่ละคนชอบ เติมเงินไปคนละ 1000 NTD ก่อนเลยเพราะได้ใช้งานยาว ๆ แน่นอน

EasyCard ไม่ได้มีแค่รูปแบบบัตรนะ อาจจะมีเป็นรูปแบบพวงกุญแจรูปตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ ด้วยซึ่งก็จะแพงขึ้นไปอีก และอาจจะต้องลองหาหลาย ๆ สาขาหน่อยนะ ถ้าอยากได้ลายสวย ๆ ต้องพยายามกันหน่อย 

งสถานี Zhongxiao Xinsheng

ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store
ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store

หลังจากได้ EasyCard เราก็พร้อมเริ่มออกเดินทางแล้ว เป้าหมายต่อไปของเราคือ Huashan 1914 Creative Park เริ่มต้นจาก Taipei Main Station เราจะเดินทางกันด้วย MRT สายสีน้ำเงิน Bannan Line ไป 2 สถานีลงสถานี Zhongxiao Xinsheng ออกทางออก 1 Zhongxiao Elementary School แต่ระหว่างทางเนื่องจากตอนที่อยู่บนเครื่องนอนไม่ค่อยหลับ ก็เลยยังง่วง ๆ อยู่ เลยเกิดการเปลี่ยนแพลนนิดหน่อย เราเลือกจะเดินเลยไปที่ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store ก่อนเพื่อเติมพลัง

ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store
ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store
เมนูของร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store

เรามาถึงร้าน Simple Kaffa Huashan Flagship Store ช่วงประมาณ 10 โมงนิด ๆ คนยังไม่เยอะมาก ไม่ต้องรอคิวก็ได้เข้าร้านเลย บรรยากาศร้านเป็นแนวเรโทร อบอุ่น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และอิฐเปลือย เมนูกาแฟที่นี่ราคาเริ่มต้นก็ถือว่าไม่ถูกนะ ตอนที่มาเขียนบทความนี้เราจำไม่ได้แล้วว่าสั่งเมนูกาแฟอะไรกันไปบ้าง 

ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store
ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store
Blue Cheese Cake ดีมาก ใครมาแนะนำให้ลอง

แต่ที่ได้ขึ้นใจเลยคือ Blue Cheese Cake ที่สั่งมาเป็นของหวาน บอกตรง ๆ ว่า สำหรับเราคือมันอร่อยมาก รสชาติเข้มข้น และมีกลิ่นและรสชาติของบลูชีส ณ จังหวะสุดท้าย ฟินสุด ๆ ใครชอบบลูชีสควรลองนะ 
หลังจากดื่มด่ำกับกาแฟและของหวานกันสักพักแล้วก็ได้เวลาไปกันต่อ ตอนเดินออกมาหน้าร้านก็แอบตกใจหน่อยเพราะว่าคิวหน้าร้านกาแฟเริ่มยาวมากแล้ว (แอบดีใจที่มาไว) เป็นเพราะว่าฮอตของร้านด้วยบวกกับตอนนั้นฝนเริ่มตกด้วยแล้ว

อร่อยเลย หอมนมสด ไส้หวาน นุ่ม กลมกล่อม

แนะนำร้านขนมที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store ออกจากร้านมาแล้วให้เลี้ยวซ้าย (เดินเลยร้าน hikiniku to kome ไปหน่อย) จะเจอกับร้านขายขนมเปี๊ยะ (หรือเปล่านะ) เขาจะทำและวางขายในร้านแบบง่ายๆ เลย ขนมน่าทานมาก มีให้เลือกหลายไส้สุดๆ เราสั่งมาเป็นแบบไส้เผือก และไส้ที่มีโมจิด้านใน ส่วนตัวคือชอบเลยนะ ตัวขนมหอมนมสดมากกก ไส้หวานกำลังดี แถมเจ้าของร้านก็อัธยาศัย พยายามแนะนำตัวขนมให้เราอย่างละเอียดเลยด้วย

Huashan 1914 Creative Park
Huashan 1914 Creative Park

Huashan 1914 Creative Park
Huashan 1914 Creative Park

ออกจาก Simple Kaffa เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึง Huashan 1914 Creative Park เลย ใกล้กันแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง สะดวกสุด ๆ ที่นี่จะเป็นอาคารเก่าที่ปัจจุบันถูกรีโนเวทเป็น Creative Park แบบที่ยังคงสภาพอาคารเดิมไว้อยู่กลางเมือง บรรยากาศดีมาก ในวันที่ไปเราได้เจอกับร้านค้าออกแบบสไตล์บูทีค นิทรรศการศิลปะและป็อปอัพต่าง ๆ และที่ลานกลางแจ้งมีเวทีเล็ก ๆ ที่กำลังมีคนขึ้นไปร้องเพลงเสียงเพราะมาก ก็ยืนฟังอยู่เพลงนึงก่อนจะเดินกันไปต่อ

Syntrend Creative Park (三創生活園區)
Syntrend Creative Park (三創生活園區)
เดินจาก Huashan 1914 ไปอีกประมาณ 5 นาที ก็จะเจอ Syntrend Creative Park (三創生活園區) ห้างไอทีขนาดใหญ่ของไทเป จริงๆ แล้วเราแค่เดินผ่านเฉยๆ ไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะวันนี้ตั้งใจมาเที่ยว Huashan เป็นหลัก แต่ที่บอกชื่อร้านนี้ไว้ก็เพราะเป็น landmark ที่ใช้บอกตำแหน่งได้นั่นเอง 

ตัวละครลับสุดๆ อร่อยดีเลยนะ ไส้กรอกคล้ายกับกุนเชียง
ที่น่าสนใจคือระหว่างเดินผ่าน เจอรถเข็นของคุณลุงคนนึงขายแพนเค้กไส้กรอกหมูใส่กระเทียม (ไม่มีชื่อร้านนะ) อยู่ริมถนนใกล้ๆ Syntrend เลยถือโอกาสลองดู ลักษณะคือแป้งบางๆ คล้ายโรตี ม้วนกับไส้กรอกหมู ทาด้วยกระเทียมเพสแบบเข้มข้น อร่อยดีนะ แต่ราคาก็คือว่าเอาเรื่องอยู่ชิ้นละ 100 NTD

ร้านชานม 50嵐
เดินวนไปวนมาพอใกล้ช่วงเวลาบ่าย 3 ที่โรงแรมจะให้เช็คอินได้เราก็นั่ง MRT กลับไปที่สถานี Taipei Main Station ระหว่างทางกลับโรงแรมเราก็ได้เจอร้านชานม 50嵐 ซึ่งเป็นแบรนด์ชานมเชนใหญ่ของไต้หวัน เลยถือโอกาสลองเป็นแก้วแรกของทริปยินดีต้อนรับสู่ดินแดนชานม! 

ร้านชานม 50嵐
Small Bubble Green Milk Tea เมนูขายดีอันดับ 2 ของร้าน

ร้านชานม 50嵐

เราสั่ง Small Bubble Green Milk Tea หวาน 30% (ประมาณนะ จำไม่แม่น) น้ำแข็งปกติ ความคิดเห็นส่วนตัวจากเราคือ เป็นชานมทั่วไป ออกมันๆ เบสชาไม่ได้ชัดเจนมากเท่าไหร่ กินได้แต่ก็ไม่ได้กับถึงขนาดว้าว แต่อย่างไรซะร้านนี้ก็ฮิตมาก วัยรุ่นไต้หวันมาต่อแถวซื้อกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเจอสาขาไหนคนก็จะเยอะเสมอ ส่วนเรื่องราคาชานมที่นี่ดีกว่าไทยเยอะเลย คือ ถูกกว่า แก้วนี้ที่สั่งมาถ้าจำไม่ผิดราคาประมาณ 65 NTD

หลังจากชานม 50嵐 ระหว่างทางเดินกลับโรงแรม เราเจอของกินอีก 2 อย่างที่อยู่ใกล้ๆ กัน เลยถือโอกาสจัดซะเลย 

Curly Mama Taiwan
Curly Mama Taiwan
โดนัทนมสดแบบทอดกรอบ Curly Mama - เป็นโดนัทแบบกรอบนอกโรยผงนมน้ำตาลกรอบ ๆ ไม่มีไส้ กินเล่นเพลิน ๆ สนนราคา 45 NTD โดนัทนี้เป็นหนึ่งในขนมที่เราชอบที่สุดในทริปนี้เลย

Fuzhou Ancestral Pepper Cake
Fuzhou Ancestral Pepper Cake

Fuzhou Ancestral Pepper Cake Taipei main
Fuzhou Ancestral Pepper Cake Taipei main

ซาลาเปาอบโอ่ง ไส้หมูสับ (Fuzhou Ancestral Pepper Cake) - อันนี้น่าสนใจมากกก เพราะวิธีทำคือเอาซาลาเปาไปอบในโอ่งดินเผาแบบโบราณ ผลที่ได้คือเปลือกแป้งจะกรอบนอกนุ่มใน ไส้หมูสับด้านในเครื่องแน่น รสชาติเข้มข้น เก็บความ juicy ฉ่ำๆ ไว้ด้านในได้แบบเน้นๆ อารมณ์เหมือนตอนกินเสี่ยวหลงเปาที่มันจะมีน้ำไหลออกมาเวลากัด แตกต่างจากซาลาเปาที่กินตอนเช้าโดยสิ้นเชิง คือซาลาเปาวันเดียวกินสองแบบ ไม่ซ้ำเลย
.
กินเสร็จแล้วก็ได้เวลาเช็คอินเข้าโรงแรม พักร่างกันสักหน่อย การเดินทางวันนี้ถึงจะไม่ได้ไกลมาก แต่ก็นับว่าอัดแน่นเต็มวันเลยจริงๆ กับการเที่ยวต่อหลังแลนด์ดิ้ง (555+) จริงๆ ตามแผนที่เคยวางเอาไว้ วันนี้เราจะเดินทางไปยัง อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก หลังเก็บของเข้าที่พักเสร็จ แต่เนื่องด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางบวกกับฝนตก ก็เลยเปลี่ยนแพลนเป็นนอนพักกันยาวเลย

Saizeriya Taipei Taiwan
Saizeriya Taipei Taiwan
พอถึงหัวค่ำหลังจากพักผ่อนได้ประมาณ 3 ชั่วโมง พลังงานเริ่มกลับมาก็ได้เวลาของมื้อค่ำ เอาจริงๆ ไม่รู้ว่าจะเดินไปตรงไหน กินอะไร เลยตัดสินใจเลือกร้านอาหารเชนญี่ปุ่น ซึ่งเราเคยไปกินตอนไปเที่ยวแดนปลาดิบมาแล้วชอบมาก นั่นก็คือร้าน Saizeriya มื้อค่ำวันแรกเลยจบที่ร้านนี้ แนะนำเลยเพราะว่าที่นี่ราคาประหยัด เมนูเยอะ คุณภาพคาดเดาได้ คือร้านเซฟ ๆ น่ะแหละ 

เมนูที่เราสั่งวันนี้

  • พาสต้าคาโบนาร่า
  • เอสคาร์โกต์
  • บรอกโคลี่กับเห็ด
  • สเต๊กเนื้อ
Saizeriya Taipei Taiwan
Saizeriya Taipei Taiwan
Saizeriya Taipei Taiwan
Saizeriya Taipei Taiwan

สาขาในไต้หวันใช้ระบบ QR Code สแกนสั่งจากโต๊ะ ไม่ต้องเรียกพนักงาน เลือกเมนูในมือถือ ส่งคำสั่งเข้าครัว แล้วค่อยจ่ายเงินตอนเช็คเอาต์ สะดวกดี

Taipei main Station
Taipei Main Station ยามค่ำคืน มองข้างนอกเหมือนจะเล็ก แต่ไม่เลยจ้า

Cosmos Hotel Taipei
เงยหน้าเพื่อเช็กเวลา และอุณหภูมิ ได้ที่โรงแรมนี้

หลังจากอิ่มแล้วก็ออกสำรวจบริเวณรอบ ๆ โรงแรมนิดหน่อยก่อนจะแวะร้านสะดวกซื้อก่อนเข้าโรงแรม 

ไข่ต้มใบชา ของกินยอดฮิต ในร้านสะดวกซื้อ ไต้หวัน
ไข่ต้มใบชา ของกินยอดฮิต ในร้านสะดวกซื้อ ไต้หวัน

ไข่ต้มใบชา ของกินยอดฮิต ในร้านสะดวกซื้อ ไต้หวัน
เจออาหารยอดนิยมอย่างไข่ต้มใบชา ร้านสะดวกซื้อที่นี่มีขายกันหมด ลองซื้อมาชิมเป็นไข่ต้มรสจืดๆ ที่หอมใบชาเล็กน้อย สีสวยดี คล้ายกับสีไข่ต้มในพะโล้
.
และ Day 1 ในไต้หวันของเราจบตรงนี้ กลับโรงแรมประมาณ 3 ทุ่ม รีบพักผ่อน เตรียมพร้อมลุยกันต่อใน Day 2!

ใหม่กว่า เก่ากว่า