ฝากกระเป๋าเสร็จ เราก็เริ่มเดินสำรวจรอบ ๆ โรงแรม และเจอร้านอาหารข้างๆ โรงแรมที่ขายซาลาเปา กับน้ำเต้าหู้ เลยถือโอกาสเปิดมื้อแรกในไต้หวัน |
| อาหารมื้อแรกในไต้หวัน |
 |
ซาลาเปาในถุงพลาสติก และ น้ำเต้าหู้แบบแก้ว น่ารัก
|
เราสั่งซาลาเปาไส้ผัก 1 ลูก ไส้หมู 1 ลูก คู่กับน้ำเต้าหู้จืด มื้อนี้รวมแล้วประมาณ 60-80 NTD เปิดต้อนรับจากไต้หวันได้ดีมาก |
| 7-11 สาขา Peanut |
ถัดๆ กันกับร้านซาลาเปาที่ขายดีสุดๆ ก็จะเป็น 7-11 ที่ตกแต่งสาขาน่ารักๆ สาขานี้จะเป็น Peanut สังเกตว่า 7-11 ที่นี่จะมีการเอาการ์ตูนมาแต่งเป็น Theme หลักของร้านด้วยนะ เท่าที่เราเจอมามีทั้ง Sanrio, Kitty, Ultraman และมีการ์ตูนชื่อดังต่างๆ เยอะมาก การตกแต่งของเขาก็จะน่ารักเลยทีเดียว รักษา Theme ตั้งแต่หน้าร้านไปยันในร้าน และจะมีสินค้าเป็นการ์ตูนนั้นๆ วางขายมากเป็นพิเศษด้วย  |
| Super Card ลายชินจัง น่ารักมากกก |
เรื่องต่อไปคือต้องไปหา EasyCard ก่อนเริ่มเดินทาง! จริงๆ เราซื้อที่สนามบิน Taoyuan ก็ได้นะ แต่ตั้งใจไม่ซื้อตั้งแต่ที่นู่น เพราะรู้มาว่าที่ 7-Eleven ในเมือง มีลายให้เลือกเยอะกว่ามาก อยากได้บัตรลายน่ารัก ๆ เก็บเป็นที่ระลึกของทริปด้วยน่ะ ฮ่าๆ โชคดีที่ไต้หวันมี 7-Eleven แทบทุกหัวมุม เดินไม่กี่ก้าวก็เจอละ
EasyCard คือบัตรเติมเงินที่เรียกได้ว่าเป็น คีย์หลักของการเดินทางในไต้หวันเลย เพราะใช้ได้แทบทุกอย่าง ทั้ง:
- รถไฟ MRT ทุกสาย (Airport MRT + Taipei Metro)
- รถเมล์
- รถไฟ TRA และ THSR (รถไฟความเร็วสูง)
- ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Family Mart, Hi-Life
- ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องขายอัตโนมัติบางตัว
- ตู้ล็อกเกอร์ฝากของที่สถานีรถไฟ
สรุปได้คือ แค่ใบเดียวเอาอยู่ทุกอย่าง ไม่ต้องพกเหรียญเยอะ ไม่ต้องซื้อตั๋วทีละครั้ง ส่วนวิธีซื้อก็ง่ายมาก เดินเข้า 7-Eleven เลือกบัตร EasyCard ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่เคาเตอร์จ่ายเงินที่นี่จะมีลายต่างๆ ให้เลือกหลายแบบ เลือกลายที่ชอบเลย ตอนเลือกถ้าใครเจอคำว่า Super Card, iPass เราเข้าใจว่าใช้งานได้ใกล้เคียงกันนะ แต่ไม่แน่ใจรายละเอียดนะ ราคาบัตรเปล่าประมาณ 120 NTD (แล้วแต่ลายนะ) ที่เราซื้อจะเป็น Super Card กันคนละใบ เลือกลายที่แต่ละคนชอบ เติมเงินไปคนละ 1000 NTD ก่อนเลยเพราะได้ใช้งานยาว ๆ แน่นอน
EasyCard ไม่ได้มีแค่รูปแบบบัตรนะ อาจจะมีเป็นรูปแบบพวงกุญแจรูปตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ ด้วยซึ่งก็จะแพงขึ้นไปอีก และอาจจะต้องลองหาหลาย ๆ สาขาหน่อยนะ ถ้าอยากได้ลายสวย ๆ ต้องพยายามกันหน่อย
 |
งสถานี Zhongxiao Xinsheng
|
 |
| ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store |
หลังจากได้ EasyCard เราก็พร้อมเริ่มออกเดินทางแล้ว เป้าหมายต่อไปของเราคือ Huashan 1914 Creative Park เริ่มต้นจาก Taipei Main Station เราจะเดินทางกันด้วย MRT สายสีน้ำเงิน Bannan Line ไป 2 สถานีลงสถานี Zhongxiao Xinsheng ออกทางออก 1 Zhongxiao Elementary School แต่ระหว่างทางเนื่องจากตอนที่อยู่บนเครื่องนอนไม่ค่อยหลับ ก็เลยยังง่วง ๆ อยู่ เลยเกิดการเปลี่ยนแพลนนิดหน่อย เราเลือกจะเดินเลยไปที่ร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store ก่อนเพื่อเติมพลัง
 |
| เมนูของร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store |
เรามาถึงร้าน Simple Kaffa Huashan Flagship Store ช่วงประมาณ 10 โมงนิด ๆ คนยังไม่เยอะมาก ไม่ต้องรอคิวก็ได้เข้าร้านเลย บรรยากาศร้านเป็นแนวเรโทร อบอุ่น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และอิฐเปลือย เมนูกาแฟที่นี่ราคาเริ่มต้นก็ถือว่าไม่ถูกนะ ตอนที่มาเขียนบทความนี้เราจำไม่ได้แล้วว่าสั่งเมนูกาแฟอะไรกันไปบ้าง
 |
| Blue Cheese Cake ดีมาก ใครมาแนะนำให้ลอง |
แต่ที่ได้ขึ้นใจเลยคือ Blue Cheese Cake ที่สั่งมาเป็นของหวาน บอกตรง ๆ ว่า สำหรับเราคือมันอร่อยมาก รสชาติเข้มข้น และมีกลิ่นและรสชาติของบลูชีส ณ จังหวะสุดท้าย ฟินสุด ๆ ใครชอบบลูชีสควรลองนะ
หลังจากดื่มด่ำกับกาแฟและของหวานกันสักพักแล้วก็ได้เวลาไปกันต่อ ตอนเดินออกมาหน้าร้านก็แอบตกใจหน่อยเพราะว่าคิวหน้าร้านกาแฟเริ่มยาวมากแล้ว (แอบดีใจที่มาไว) เป็นเพราะว่าฮอตของร้านด้วยบวกกับตอนนั้นฝนเริ่มตกด้วยแล้ว
 |
อร่อยเลย หอมนมสด ไส้หวาน นุ่ม กลมกล่อม
|
แนะนำร้านขนมที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับร้านกาแฟ Simple Kaffa Huashan Flagship Store ออกจากร้านมาแล้วให้เลี้ยวซ้าย (เดินเลยร้าน hikiniku to kome ไปหน่อย) จะเจอกับร้านขายขนมเปี๊ยะ (หรือเปล่านะ) เขาจะทำและวางขายในร้านแบบง่ายๆ เลย ขนมน่าทานมาก มีให้เลือกหลายไส้สุดๆ เราสั่งมาเป็นแบบไส้เผือก และไส้ที่มีโมจิด้านใน ส่วนตัวคือชอบเลยนะ ตัวขนมหอมนมสดมากกก ไส้หวานกำลังดี แถมเจ้าของร้านก็อัธยาศัย พยายามแนะนำตัวขนมให้เราอย่างละเอียดเลยด้วย
 |
Huashan 1914 Creative Park
|
 |
Huashan 1914 Creative Park
|
ออกจาก Simple Kaffa เดินประมาณ 5 นาทีก็ถึง Huashan 1914 Creative Park เลย ใกล้กันแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง สะดวกสุด ๆ ที่นี่จะเป็นอาคารเก่าที่ปัจจุบันถูกรีโนเวทเป็น Creative Park แบบที่ยังคงสภาพอาคารเดิมไว้อยู่กลางเมือง บรรยากาศดีมาก ในวันที่ไปเราได้เจอกับร้านค้าออกแบบสไตล์บูทีค นิทรรศการศิลปะและป็อปอัพต่าง ๆ และที่ลานกลางแจ้งมีเวทีเล็ก ๆ ที่กำลังมีคนขึ้นไปร้องเพลงเสียงเพราะมาก ก็ยืนฟังอยู่เพลงนึงก่อนจะเดินกันไปต่อ
 |
| Syntrend Creative Park (三創生活園區) |
เดินจาก Huashan 1914 ไปอีกประมาณ 5 นาที ก็จะเจอ Syntrend Creative Park (三創生活園區) ห้างไอทีขนาดใหญ่ของไทเป จริงๆ แล้วเราแค่เดินผ่านเฉยๆ ไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะวันนี้ตั้งใจมาเที่ยว Huashan เป็นหลัก แต่ที่บอกชื่อร้านนี้ไว้ก็เพราะเป็น landmark ที่ใช้บอกตำแหน่งได้นั่นเอง
 |
| ตัวละครลับสุดๆ อร่อยดีเลยนะ ไส้กรอกคล้ายกับกุนเชียง |
ที่น่าสนใจคือระหว่างเดินผ่าน เจอรถเข็นของคุณลุงคนนึงขายแพนเค้กไส้กรอกหมูใส่กระเทียม (ไม่มีชื่อร้านนะ) อยู่ริมถนนใกล้ๆ Syntrend เลยถือโอกาสลองดู ลักษณะคือแป้งบางๆ คล้ายโรตี ม้วนกับไส้กรอกหมู ทาด้วยกระเทียมเพสแบบเข้มข้น อร่อยดีนะ แต่ราคาก็คือว่าเอาเรื่องอยู่ชิ้นละ 100 NTD
เดินวนไปวนมาพอใกล้ช่วงเวลาบ่าย 3 ที่โรงแรมจะให้เช็คอินได้เราก็นั่ง MRT กลับไปที่สถานี Taipei Main Station ระหว่างทางกลับโรงแรมเราก็ได้เจอร้านชานม 50嵐 ซึ่งเป็นแบรนด์ชานมเชนใหญ่ของไต้หวัน เลยถือโอกาสลองเป็นแก้วแรกของทริปยินดีต้อนรับสู่ดินแดนชานม!
 |
Small Bubble Green Milk Tea เมนูขายดีอันดับ 2 ของร้าน
|
เราสั่ง Small Bubble Green Milk Tea หวาน 30% (ประมาณนะ จำไม่แม่น) น้ำแข็งปกติ ความคิดเห็นส่วนตัวจากเราคือ เป็นชานมทั่วไป ออกมันๆ เบสชาไม่ได้ชัดเจนมากเท่าไหร่ กินได้แต่ก็ไม่ได้กับถึงขนาดว้าว แต่อย่างไรซะร้านนี้ก็ฮิตมาก วัยรุ่นไต้หวันมาต่อแถวซื้อกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเจอสาขาไหนคนก็จะเยอะเสมอ ส่วนเรื่องราคาชานมที่นี่ดีกว่าไทยเยอะเลย คือ ถูกกว่า แก้วนี้ที่สั่งมาถ้าจำไม่ผิดราคาประมาณ 65 NTD
หลังจากชานม 50嵐 ระหว่างทางเดินกลับโรงแรม เราเจอของกินอีก 2 อย่างที่อยู่ใกล้ๆ กัน เลยถือโอกาสจัดซะเลย
โดนัทนมสดแบบทอดกรอบ Curly Mama - เป็นโดนัทแบบกรอบนอกโรยผงนมน้ำตาลกรอบ ๆ ไม่มีไส้ กินเล่นเพลิน ๆ สนนราคา 45 NTD โดนัทนี้เป็นหนึ่งในขนมที่เราชอบที่สุดในทริปนี้เลย  |
| Fuzhou Ancestral Pepper Cake |
ซาลาเปาอบโอ่ง ไส้หมูสับ (Fuzhou Ancestral Pepper Cake) - อันนี้น่าสนใจมากกก เพราะวิธีทำคือเอาซาลาเปาไปอบในโอ่งดินเผาแบบโบราณ ผลที่ได้คือเปลือกแป้งจะกรอบนอกนุ่มใน ไส้หมูสับด้านในเครื่องแน่น รสชาติเข้มข้น เก็บความ juicy ฉ่ำๆ ไว้ด้านในได้แบบเน้นๆ อารมณ์เหมือนตอนกินเสี่ยวหลงเปาที่มันจะมีน้ำไหลออกมาเวลากัด แตกต่างจากซาลาเปาที่กินตอนเช้าโดยสิ้นเชิง คือซาลาเปาวันเดียวกินสองแบบ ไม่ซ้ำเลย
.
กินเสร็จแล้วก็ได้เวลาเช็คอินเข้าโรงแรม พักร่างกันสักหน่อย การเดินทางวันนี้ถึงจะไม่ได้ไกลมาก แต่ก็นับว่าอัดแน่นเต็มวันเลยจริงๆ กับการเที่ยวต่อหลังแลนด์ดิ้ง (555+) จริงๆ ตามแผนที่เคยวางเอาไว้ วันนี้เราจะเดินทางไปยัง อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก หลังเก็บของเข้าที่พักเสร็จ แต่เนื่องด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางบวกกับฝนตก ก็เลยเปลี่ยนแพลนเป็นนอนพักกันยาวเลย
พอถึงหัวค่ำหลังจากพักผ่อนได้ประมาณ 3 ชั่วโมง พลังงานเริ่มกลับมาก็ได้เวลาของมื้อค่ำ เอาจริงๆ ไม่รู้ว่าจะเดินไปตรงไหน กินอะไร เลยตัดสินใจเลือกร้านอาหารเชนญี่ปุ่น ซึ่งเราเคยไปกินตอนไปเที่ยวแดนปลาดิบมาแล้วชอบมาก นั่นก็คือร้าน Saizeriya มื้อค่ำวันแรกเลยจบที่ร้านนี้ แนะนำเลยเพราะว่าที่นี่ราคาประหยัด เมนูเยอะ คุณภาพคาดเดาได้ คือร้านเซฟ ๆ น่ะแหละ
เมนูที่เราสั่งวันนี้
- พาสต้าคาโบนาร่า
- เอสคาร์โกต์
- บรอกโคลี่กับเห็ด
- สเต๊กเนื้อ
สาขาในไต้หวันใช้ระบบ QR Code สแกนสั่งจากโต๊ะ ไม่ต้องเรียกพนักงาน เลือกเมนูในมือถือ ส่งคำสั่งเข้าครัว แล้วค่อยจ่ายเงินตอนเช็คเอาต์ สะดวกดี
 |
Taipei Main Station ยามค่ำคืน มองข้างนอกเหมือนจะเล็ก แต่ไม่เลยจ้า
|
 |
| เงยหน้าเพื่อเช็กเวลา และอุณหภูมิ ได้ที่โรงแรมนี้ |
หลังจากอิ่มแล้วก็ออกสำรวจบริเวณรอบ ๆ โรงแรมนิดหน่อยก่อนจะแวะร้านสะดวกซื้อก่อนเข้าโรงแรม
 |
ไข่ต้มใบชา ของกินยอดฮิต ในร้านสะดวกซื้อ ไต้หวัน
|
เจออาหารยอดนิยมอย่างไข่ต้มใบชา ร้านสะดวกซื้อที่นี่มีขายกันหมด ลองซื้อมาชิมเป็นไข่ต้มรสจืดๆ ที่หอมใบชาเล็กน้อย สีสวยดี คล้ายกับสีไข่ต้มในพะโล้ .
และ Day 1 ในไต้หวันของเราจบตรงนี้ กลับโรงแรมประมาณ 3 ทุ่ม รีบพักผ่อน เตรียมพร้อมลุยกันต่อใน Day 2!