นครศรีธรรมราช ร้านอาหารไหนดี? ร้านไหนน่าสนใจ 2026 วันนี้ขอเอาคำตอบที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ สายชิมทุกท่าน หลังจากแวะเวียนไปเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราช ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมชมความเก๋ไก๋ และชิมรสชาติอาหารไทยแสนอร่อยจากร้านโคเล นครศรีธรรมราช Kole.nst ร้านอาหาร Modern Thai – Southern Twist ตั้งอยู่กลางเมืองนครศรีธรรมราช ที่บอกเลยว่าเก็บความประทับใจกลับมาได้เพียบ
ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านว่า "โคเล" แอบคิดไปถึงร้านอาหารอีสาน เหมือนคำว่าโคเล โคเล คลุกเคล้า เขย่าให้เข้ากัน แต่แท้จริงแล้วชื่อร้านว่าโคเล (Kole) มีความหมายที่แยบยลยิ่งกว่า เพราะเป็นการพูดถึงวัตถุดิบหลัก 2 อย่างของร้าน คือ "โค" หรือเนื้อวัว และ "เล" ย่อมาจากคำว่า "ทะเล" ซึ่งทางร้านนำเอาวัตถุดิบทั้งสองอย่างมาผ่านกรรมวิธีดรายเอจ (Dry-Aged) ซึ่งก็คือการบ่มในตู้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น เพื่อให้รสชาติของวัตถุดิบมีความเข้มข้น ถึงรสถึงชาติ และได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มอร่อยมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นร้านที่เสิร์ฟเมนูอร่อยทั้งจากภาคพื้นดินและทะเลเลยนั่นเอง
เริ่มแรกเป็นเมนูค็อกเทล Pina Colada 250 บาท สารภาพว่าจำชื่อเต็มๆ ของเขาไม่ได้ (555+) แต่บอกได้เลยว่าจำรสชาติความอร่อยได้ดีเลยเชียวละ เป็นค็อกเทลแบบมีแอลกอฮอล์ มีส่วนผสมของน้ำสับปะรดที่เอามาสกัดจนสีใสสวย กลิ่นซีตรัสอันเป็นเอกลักษณ์ของสับปะรดโดดเด่นมาก ตามมาด้วยกลิ่นหอม หวาน มันอ่อนๆ ของน้ำกะทิ และรสเผ็ดๆ ซ่าๆ ของแอลกอฮอล์ เป็นค็อกเทลที่มีความเข้ม แต่ก็อ่อนนุ่มในขณะเดียวกัน คนดื่มแอลไม่ถนัดแบบเรายังคิดว่าอร่อยดี ตัดรสชาติด้วยพริกเกลือที่เคลือบบริเวณปากแก้ว เมนูนี้รูปสวย..รวยรสด้วย อร่อยดีเลย
น้ำจิ้มที่เสิร์ฟมาคู่กันอร่อยนัวมาก น้ำจิ้มซีฟู้ดบดผสมถั่ว นำมาด้วยความเปรี้ยว เผ็ดและเค็ม ปิดท้ายด้วยความมันๆ นัวๆ ของถั่ว ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยในปาก เปิดต่อมรับรสให้ทำงานเต็มที่ เข้ากับความกรุบนิดๆ ของเนื้อปลา ส่วนรสชาติปลานี่ต้องยกให้เลยทีเดียว เนื้อปลามีความกรุบเบาๆ รสชาติออกหวานและมัน ราวกับกลิ่นน้ำมันงา ทานอร่อยมาก เป็นการกินปลาดรายเอจที่สร้างประสบการณ์สุดจะว้าว
รีวิว ร้าน โคเล นครศรีธรรมราช Kole.nst อาหารไทยโมเดิร์น จากโค..สู่เล
ร้านโคเล นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ที่ ถ.พัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง นครศรีธรรมราช ติดกับโรงแรมเฮอริเทจ ตัวร้านจะเป็นร้านเดียวกันกับคาเฟ่ CORETTO สามารถจอดรถได้ที่ริมถนนหน้าร้าน หรือจะจอดด้านในโรงแรมก็ได้เช่นเดียวกัน ร้านเริ่มเปิดทำการตั้งแต่ 18.00-23.00 น. (เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร) แนะนำให้จองโต๊ะผ่านทาง Facebook Kole.Nst ก่อนเข้าไป เพื่อล็อกโต๊ะไว้ก่อนจะดีกว่า ตัวเราจองล่วงหน้าในวันเดียวกัน และเดินทางเข้าไปช่วงร้านเปิดใหม่ๆ
บรรยากาศการตกแต่งหน้าร้านมีความอบอุ่นเบาๆ ดูภายนอกหน้าร้าน Kole เหมือนร้านจะเล็ก แต่พอเปิดเข้าไป จะเจอกับบาร์ขนาดใหญ่ และมุมโต๊ะนั่งที่ตกแต่งด้วยวัสดุงานไม้ มีความเข้ากัน แสงไฟถูกดิมลงให้มืดกว่าปกติ เข้ากับความเป็นร้านอาหารสไตล์กลางคืน หรืออารมณ์คล้ายกับ Fine Dining พนักงานต้อนรับด้วยอัธยาศัยชอบสไตล์การตกแต่งในร้านมาก ดูเรียบง่าย แต่สวยงาม เปิดเพลงคลอเบาๆ ได้บรรยากาศของความสงบ อบอุ่นหัวใจ เหมาะสำหรับการมานั่งชิล ชิทแชทกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรักได้ดีนัก
เมนูของร้านโคเล นั้นมีหลากหลายรายการ เริ่มต้นจากจานเรียกน้ำย่อย จานเด็ดประจำวัน ข้าว ซุป และอาหารจานหลัก ราคาโดยเฉลี่ยประมาณ 200+ บาท/เมนู
- ลาบข้าวโพดทอด 160 บาท
- ปูนิ่มทอดเสิร์ฟพร้อมซอสไข่เค็มมาโย 320 บาท
- ยำมะเขือม่วงทอดกรอบ 220 บาท
- ต้มส้มปลาแห้งย่าง 180
- ต้มสิบจ๋วนเป็ดย่าง 300 บาท
- ข้าวหุงสมุนไพร 40
- ข้าวคลุกเคยหอมปลาย่าง 250
- ปลาไทย dry aged ซาชิมิ 520
- ยำส้มโอปลาดิบลนไฟ 250
- หมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว 250
- เนื้อ dry aged ย่างน้ำจิ้มแจ่ว 450
- แกงเป็ดกงฟีเครื่องชา 420
- กระหล่ำปลีทอดน้ำปลากากหมู 150
- ไข่เจียวสูตรโกสัก และซอสพริกโฮมเมด 140 บาท
- หมึกผัดน้ำดำ
- ซี่โครงเนื้อกอและ
มารอบนี้เราก็ตัดสินใจสั่งมาชิมหลายรายการ
เปิดจานแรกที่เมนู ปลาไทย dry aged ซาชิมิ 520 บาท ตัวปลาที่ทางร้านโคเลใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน อย่างในจานเป็น ปลาจะละเม็ดสีทอง ที่หน้าตาดูสวยงาม เนื้อปลาเป็นสีชมพูระเรื่อ ไร้กลิ่นคาว มีส่วนของหนังติดมาด้วย
เพิ่มความสดชื่น ตัดเลี่ยนกันหน่อย หากใครทานเนื้อปลาสดๆ แล้วอาจรู้สึกหนักไป ร้านเสิร์ฟผักสลัดราดอาจาดสไตล์ไทยๆ ผักช่วยเพิ่มความสดชื่น น้ำอาจาดรสเปรี้ยว หวาน จะช่วยเคลียร์ปากและลิ้นของเราให้กลับไปกินเนื้อปลาได้เรื่อยๆ โดยไม่เอียนไปเสียก่อน อันนี้ดีมาก
คนไทยแท้ แน่นอนว่านาทีนี้ต้องสั่งข้าว แทนที่ร้านโคลจะเสิร์ฟข้าวเปล่าธรรมดาทั่วไป ร้านก็มีความทวิสต์เมนูให้โดดเด่นมากขึ้น มีทั้งข้าวหุงสมุนไพร 40 และข้าวคลุกเคยหอมปลาย่าง 250 ในภาพคือเมนูข้าวหุงสมุนไพร ตอนที่ได้รับข้าวมาก็แปลกใจหน่อยว่าทำไมสีดูจืดๆ เพราะตอนสั่งคาดว่าข้าวอาจจะต้องเหลืองๆ ขมิ้นๆ หน่อย แต่พอลองชิมเท่านั้นแหละ กลิ่นสมุนไพรตีเข้ามาในปากหลายกลิ่น หลักๆ จะเป็นกลิ่นของพวกขมิ้น ตะไคร้ สีขาวออกเหลืองอ่อนๆ เท่านั้น แต่ส่วนตัวเราว่าข้าวเปียกไปนิดสำหรับคนชอบข้าวสวยๆ แบบเรา แต่ใดๆ ก็คือทานอร่อย
จานถัดไป ไข่เจียวสูตรโกสัก และซอสพริกโฮมเมด 140 บาท ไข่เจียวเนื้อแน่น ด้านในมีเนื้อหมูสับเยอะมาก ทานคู่กับซอสพริกฉบับโฮมเมด
สำหรับเมนูไข่เจียว รสชาติมาตรฐานทั่วไป ชอบที่ผิวด้านนอกทอดมากรอบๆ ด้านในเนื้อหมูสับแน่น เนื้อหมูจะเป็นเนื้อแดงโดยส่วนใหญ่ มันน้อย ซอสพริกเผ็ดกลางๆ ตามด้วยหวาน
ถัดมาเป็นยำมะเขือม่วงทอดกรอบ 220 บาท ถามว่าราคาแพงไหมสำหรับมะเขือม่วง 1 ลูก? เราว่าราคาค่อนข้างแรง แต่ถ้าถามถึงความพึงพอใจในรสชาติของจานนี้ บอกเลยว่าก็พอใจมากเหมือนกัน อร่อยจนโอเคกับราคาไปเลย (555+)
ถ้าให้เดา คิดว่าเป็นการเอามะเขือม่วงไปย่างให้เนื้อด้านในสุก จากนั้นล่อนเอาเปลือกด้านนอกออก เนื้อมะเขือม่วงด้านในสุกกำลังดี เนื้อนุ่ม มีความมันเพิ่มเข้ามาด้วย ไม่แน่ใจว่าใช่รสของกะทิหรือครีมสักอย่างหรือเปล่า แต่มันช่วยทำให้เนื้อมะเขือม่วงอร่อยขึ้นมากโข กินไปกินมาเหมือนกินเนื้อปลามันๆ เฉยเลย ผิวด้านนอกเคลือบด้วยซอสรสออกเผ็ดๆ มันๆ ตัดรสให้เด่นขึ้นไปอีก คอมพลีทรสชาติให้อูมามิยิ่งขึ้นด้วยยำส้มโอ รสชาติจัดจ้านกำลังดี พอเคี้ยวโดนชิ้นส้มโอ รสชาติจะเปรี้ยวหวาน สว่าง และได้ความมัน กรุบกรอบของถั่วลิสง เป็นการสร้าง combination ของรสชาติและสัมผัสที่เข้ากันดีมาก
สั่งเล มาแล้วขาดโคไปเสียไม่ได้ เราสั่งมาเป็นเนื้อไทยวากิวย่าง ซอสกอและ ราคา 690 บาท จริงๆ ในเมนูจะเป็นเนื้อซี่โครงซอสกอและ ราคา 450 บาท แต่บังเอิญไม่มีเนื้อซี่โครง เลยสั่งเป็นเนื้อไทยวากิวมาแทน หน้าตาจัดเสิร์ฟสวยงาม เนื้อไทยวากิวสุกกำลังดีเลย สีชมพูระเรื่อ ไม่แดงเกินไป มีมันที่ด้านล่างของชิ้นเนื้อ ด้านล่างสุดเป็นซอสกอและ และน้ำมันมะกอก พร้อมกับผักดอง เอาไว้ตัดรสกัน
เนื้อไทยวากิว นุ่ม และหอมกลิ่นเนื้อแบบชัดเจนมาก ชิ้นเนื้อใหญ่แบบเต็มปากเต็มคำ ดีสุดๆ กินคู่กับซอสกอและ ที่หอมกลิ่นเครื่องเทศนำมาในปาก ตามด้วยความหวาน มันอันเป็นเอกลักษณ์ของซอสกอและ ซึ่งเป็นซอสอันลือเลื่องจากจังหวัดปัตตานี จานนี้อร่อยดี แนะนำให้ลองสั่งเลยเหมือนกันนะ
ปิดรวมมื้อนี้ที่ร้านโคเล นครศรีธรรมราช ไปที่ 1,890 บาท เรื่องราคาถือว่าไปทางสูง แต่เทียบกับรสชาติความอร่อย คุณภาพของวัตถุดิบ และประสบการณ์ที่ได้ในการทาน บอกเลยว่าคุ้มค่า ประทับใจ จนต้องมาบอกต่อกันในบทความนี้






















