กลับมาเจอกันอีกครั้งในซีรีส์ Taipei and Beyond บันทึกทริปไต้หวัน ตอนเหนือ 10 วันของเรา หลังจาก Day 1 ที่ผ่านมาเราใช้เวลาแบบชิว ๆ ไม่ค่อยจะได้ตะลุยอะไรหนักมากเพราะว่าอ่อมแก่ 🤣 พอเข้าวันที่ 2 หลังจากที่ได้พักผ่อนกายา นอนหลับครบชั่วโมง ก็พร้อมออกลุยไทเปแบบเต็มสูบ!
สรุปคร่าวๆ Day 2 ของเรา
- 08:30 - ออกจากโรงแรม นั่ง MRT สาย Bannan ไป Ximen
- เช้า - ตะลุย Ximen เริ่มจากมิสเตอร์โดนัท + แพนเค้กแฮมชีสลุงหน้า PUMA + เดินเล่น Ximending
- กลางวัน - นั่ง MRT สายสีเขียวไป Zhongshan แวะ CREMIA + เดินถนน Zhongshan + ราเมงกุ้งที่ Noodle Bar
- บ่าย - คาเฟ่ After5 เติมพลังกาแฟยามบ่าย
- บ่ายแก่ๆ - MRT สายสีแดงจาก Shuanglian ไป NTU Hospital ผ่าน 228 Peace Park ไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน
- เย็น - นั่งรถเมล์ไปหอรำลึกเจียงไคเช็ค ชมพระอาทิตย์ตก แวะ Chun Shui Tang ชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลก
- ค่ำ - New Mala Hot Pot Hanzhong Branch ปิดท้ายด้วยปลาหมึกย่างกระแสโซเชียลกลับโรงแรม
วันที่สองเราเริ่มต้นออกจากโรงแรมประมาณ 8:30 am เดินจากโรงแรมไป Taipei Main Station ซึ่งก็ไม่ได้ไกลเลยนะ เดินมาได้แบบง่ายๆ ใครมองหาโรงแรมใกล้กับสถานีรถไฟ แนะนำ Hotel Relax III (เขามีหลายสาขาเลย) วันนี้เราจะนั่ง MRT สาย Bannan สีน้ำเงิน ไปเที่ยวย่านยอดฮิตของนักท่องเที่ยวอย่าง Ximending กัน
เป้าหมายแรกของเราในเช้านี้คือไปกินแพนเค้กแฮมชีสของลุงที่ขายอยู่หน้าร้าน PUMA ซึ่งเป็นเมนูดังในย่านนี้ที่หลายรีวิวพูดถึงกัน
แต่หลังจากเรามาถึง Ximen กำลังเดินออกจากสถานี ก็เจอร้านมิสเตอร์โดนัทตั้งอยู่ตรงทางออกพอดี แอบส่องเข้าไปดูเห็นโดนัทหน้าที่ไม่เคยเจอในไทยก็เลยจัดสักหน่อย เลือกมา 2 หน้าคือ หน้าโยเกิร์ต กับ หน้าคินาโกะ (ผงถั่วเหลืองคั่วสไตล์ญี่ปุ่น) อย่างละชิ้น รสชาติทั้งสองหน้าทำได้ดีนะ คินาโกะหอมกลิ่นถั่วเหลืองเบาๆ ผงถั่วเข้าคอนิดหน่อย (555+) ส่วนโยเกิร์ตรสเปรี้ยวอ่อน ๆ ไม่หวานจัด แต่อย่างไรก็ตามตัวเทกเจอร์ของโดนัทก็เหมือนกัน mister donut ของบ้านเรา แต่มีหน้าที่แปลกๆ หลายหน้าเหมือนกันนะ ไม่กล้ากินเยอะ แอบเผื่อพุงไปกินอาหาร local สักหน่อย (ฮา) |
| มาก่อน 10 โมงเช้า จะดีสุด เพราะเดี๋ยวลุงจะกลับซะก่อน |
 |
2 ชิ้นนี้ไม่เล็กเลยนะเออ
|
หลังกินโดนัทแล้วก็เดินตาม Google Map ต่ออีกประมาณ 10 นาที ในที่สุดก็เจอ! ร้านนี้เป็นรถเข็นอยู่หน้าร้าน PUMA จริง ๆ ตามที่หลายคนรีวิว เราสั่งมา 2 ชิ้น แบบ แฮมชีส 1 ชิ้น และ หมู 1 ชิ้น รสชาติอร่อยดีนะ แป้งนุ่ม ๆ แฮม + ชีสกำลังพอดี เป็น comfort food ที่เหมาะสำหรับกินยามเช้า มีแป้ง ไส้กรอกและไข่ แต่กินไปสักพักแอบเลี่ยนนิดหน่อย เพราะว่าตัวแป้งจะนาบลงไปคู่กับน้ำมัน มันก็เลยจะชุ่มๆ หน่อย ถ้าใครกินมันไม่เก่ง อาจจะลองสั่งมาสักชิ้นแล้วแบ่งกันทาน

|
ถนนสายรุ้ง (Rainbow Six) สถานที่เช็กอินยอดฮิตของที่นี่
|
 |
Xing Fu Tang ร้านชานมชื่อดังกลางตลาด คิวยาวตลอดเวลา
|
กินเสร็จแล้วก็เดินตามซอยต่าง ๆ ใน Ximending ดูบรรยากาศ แต่ปัญหาคือเรามาเช้ามาก หลาย ๆ ร้านยังไม่เปิดเลย ส่วนใหญ่ร้านที่นี่จะเริ่มเปิด 11 โมงเป็นต้นไป เดินวนไปวนมาก็ดันไปเจอกับร้าน Xing Fu Tang ร้านชานมไข่มุกบราวน์ชูการ์ดังของไทเป มีคิวยาวตั้งแต่ช่วงเช้าเลย (ร้านนี้ถ้าขึ้นมาถูกทางก็จะเจอเลยจริง ๆ ไม่ต้องเดินวน ๆ แบบเรา 5555) พอเห็นจำนวนคิวก็แอบถอดใจไปก่อน เลือกไปหาอย่างอื่นทาน (แต่ก็วนกลับมาลองในวันอื่นนะ) หลังจากเดินไปเดินมาในย่านนี้สักพัก ก็ได้เวลาไปสถานที่ต่อไป.
สถานที่ต่อไปของเราคือถนน Zhongshan ที่เป็นย่านช้อปปิ้งและคาเฟ่ที่หลายคนแนะนำ เราเดินทางกันด้วย MRT สายสีเขียวจากสถานี Ximen ไปลงที่สถานี Zhongshan (สถานีนี้เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าสายสีแดงและเขียวด้วยนะ)
มาถึงสถานี Zhongshan ขณะกำลังจะออกจากสถานีก็ลงเอยแบบเดียวกับสถานีที่แล้ว เจอร้านไอศกรีม CREMIA ที่เป็นร้านซอฟต์เสิร์ฟพรีเมียมจากฮอกไกโด ดูน่ากินดี ก็เลยจัดสักหน่อย
ลองแล้วก็พบว่าเข้มข้นสมกับเป็นร้านที่มาจากฮอกไกโด สนนราคา 100++ NTD ต่อชิ้น (ราคาก็ถือว่าแรงอยู่นะ) แต่ก็แบ่งทานกันได้ 2 คนเนื้อไอศกรีมมีความละมุน รสชาติหวานนำ ตามด้วยความมันในแบบฉบับของนมฮอกไกโด ตัวไอศกรีมจะละลายเร็วหน่อย ส่วนตัวโคนจะเป็นเหมือนแป้งคุกกี้ เนื้อกรอบๆ ร่วนๆ หวานๆ แปลกดี โดยรวมคิดว่าอร่อยใช้ได้เลย แต่หวานไปหน่อย กินเสร็จแล้วก็ได้ฤกษ์ออกจากสถานี ขึ้นมาก็จะพบกับสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตาแต่สวยดี
 |
| ย่าน Zhongshan โซนนี้สถาปัตยกรรมสวยมาก |
เดินต่อตามถนน Zhongshan สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของแฟชั่น ส่วนเกาะกลางถนนก็เป็นสวนที่ดูร่มรื่นเหมาะกับการเดินไปตลอดทั้งเส้นเลย เดินไปเรื่อย ๆ จะไปทะลุถึงสถานี Shuanglian (สถานีถัดไปบนสายสีแดง) ได้เลย.
ช่วงที่เรามาถึงที่นี่ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยง ถึงจะแวะกินมาตลอดทั้งทาง แต่ยังไม่ได้กินเป็นมื้อจริงจัง ก็เลยถึงเวลาที่จะต้องหาร้านกินข้าวเพื่อเติมพลังกันสักหน่อยแล้วละ ซึ่งก็หาข้อมูลมา มีหลายร้านที่น่าสนใจอยู่นะ ไม่ว่าจะเป็น ร้านราเมงซุปหอยนางรม หรือ ร้านบะหมี่ที่คล้ายบะหมี่ร้านอาจง แต่ดูทรงน่าจะเป็นร้านดังที่คนต่อแถวเยอะเชียว ก็เลยตัดสินใจกันว่าเลือกร้านนอกกระแสกันสักหน่อย เผื่อจะเจอร้านที่น่าสนใจโดยบังเอิญเข้า  |
Noodle Bar 一流二車 ร้านน่ารักมาก
|
ไปเจอร้านนึงชื่อ Noodle Bar 一流二車 ที่มีคนอยู่ในร้านพอประมาณแต่ก็ยังมีที่ว่าง ไม่รอช้าเลยเข้าไปเลยเพราะเริ่มหิวแล้วละ วันนี้เราสั่ง - บะหมี่กุ้งน้ำขลุกขลิก — มีความเผ็ดและชาลิ้นเล็กน้อย ฟินมาก
- บะหมี่เนื้อตุ๋น — เนื้อตุ๋นนุ่ม
- ไก่ราดซอสเผ็ด ได้ฟีลแบบเนื้อไก่นุ่มๆ ที่เรากินในร้านข้าวมันไก่
- น้ำมะนาว (มั้งนะ จำไม่ค่อยแม่น 555) ที่นี่น้ำแข็งน้อยมาก เครื่องดื่มเลยจะไม่ค่อยเย็นชื่นใจเท่าไหร่
 |
อันนี้แบบน้ำขลุกขลิก รสจะเข้มข้นกว่า
|
 |
แบบน้ำ รสจะไม่เข้มเท่าไหร่
|
 |
| ไก่นุ่มๆ ดี ราดซอสเผ็ดเบาๆ |
สำหรับรสชาติเราคิดว่าดีเลยนะ โดยเฉพาะบะหมี่กุ้งน้ำขลุกขลิก ที่มีรสเผ็ดและชาลิ้นจากพริกเสฉวน เข้ากันกับเนื้อกุ้ง ลงตัวสุด ๆ.
กินเสร็จแล้วเดินเล่นวนอยู่ในย่านนี้สักพัก ก่อนจะตัดสินใจกันว่าไปเติมกาแฟยามบ่ายกันดีกว่า เลยเลือกคาเฟ่ที่ใกล้ที่สุดจากลิสที่เคยหาข้อมูลคร่าว ๆ ไว้ ซึ่งหวยก็ตกไปที่ร้าน After5
 |
Vibe ดีเลยนะ ร้านมี 2 ชั้น
|
 |
ที่นี่ต้องสั่ง 1 คน/ 1 เมนู
|
บรรยากาศร้านดูดีตั้งแต่ประตูทางเข้าเลย ดูมีความอบอุ่น แฝงด้วยธรรมชาติสีเขียวๆ เครื่องดื่มที่สั่งวันนี้คือ Americano ของพื้นฐานที่ไม่ผิดหวัง กับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านชื่อ 四季紅·蜜醺 Fizz't เป็นการ Mix ของชาดำ + สับปะรด + ดอกหอมหมื่นลี้ + มิโซะ! ฟังชื่อแล้วงงเลยใช่ไหม แต่ได้ชิมแล้วเข้ากันแบบเหลือเชื่อ ส่วนทิรามิสุก็รสชาติได้มาตรฐาน ได้ความหวานๆ มีแอลกอฮอล์หน่อยๆ
.
กินเสร็จแล้วได้เวลาออกเดินทางต่อ สถานที่ต่อไปเราจะไปกันที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน โดยนั่ง MRT สายสีแดงจากสถานี Shuanglian ไปลงที่สถานี NTU Hospital จากนั้นเดินผ่าน 228 Peace Park
ระหว่างทางที่เดินผ่าน 228 Peace Park ก็ได้เจอกับการแสดงดนตรรีพอดี เหมือนน้องๆ เขากำลังมาซ้อมกันอยู่ เป็นการบรรเลงแบบออเคสตราในธีมเพลงต่างๆ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเพลงของ Ghibli ก็กรี๊ดกร๊าดมาก สรุปกลายเป็นนั่งฟังไปรวมๆ 15 นาที เห็นจะได้ (555+)
 |
| พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Museum) |
เดินอีกแป๊บก็ถึงจุดหมายของเรา พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน ค่าเข้าคนละแค่ 30 NTD เท่านั้น (ไม่แพงเลยนะ ในไทยจ่าย 30 บาทคงหาพิพิธภัณฑ์แบบนี้ยาก) ด้านในส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุโบราณที่นำมาจัดแสดง วันนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปข้างในมาสักเท่าไหร่ เน้นเดินดูซะมากกว่า ใช้เวลาอยู่ในนี้ประมาณ 30-40 นาทีก็ดูจนครบ (จริง ๆ มีฝั่งตรงข้ามอีก แต่เราไม่ได้ไปต่อ ขี้เกียจกันสุด ๆ 555) เดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ก็เจอกับ กลุ่มเต้นคัฟเวอร์เพลงเกาหลี เราก็แวะนั่งดูกันสักพัก เพลินดี.
พอเริ่มหายเมื่อย ถึงเวลาไปกันต่อกับสถานที่หลักในวันนี้ นั่นคือ หอรำลึกเจียงไคเช็ค โดยเราจะนั่งรถเมล์จากป้าย Taiwan Museum ไปลงที่ Taipei First Girls High School จริง ๆ จะเดินลัดมาจาก 228 Peace Park ก็ได้เหมือนกันนะ แต่เราอยากลองเทสระบบรถเมล์ไต้หวันก่อน เพราะพรุ่งนี้จะต้องใช้รถเมล์เดินทางกันเป็นหลักเกร็ดเล็ก ๆ เรื่องรถเมล์ไต้หวัน
- รถเมล์ที่ไต้หวันนั้น ถ้าเราอยากขึ้นคันไหน เมื่อใกล้ถึงเวลาที่รถจะมา ให้ยืนรอรถไว้และโบกเพื่อขึ้น ถ้าเราไม่โบกและป้ายนั้นไม่มีคนลง รถก็จะขับผ่านไปเลยนะ เราก็นึกว่าเขาจะจอดหมดทุกป้าย กลายเป็นต้องยืนรอรถเมล์รอบถัดไป จำง่ายๆ คือเหมือนรถเมล์ไทยเลยนะ ต้องโบกก่อนขึ้นเท่านั้น
- การขึ้นรถเมล์ที่ไต้หวัน จะขึ้นที่ประตูไหนก็ได้ที่เปิด และเมื่อขึ้นมาแล้วถ้ามี EasyCard ให้แตะที่เครื่องอ่านบัตร ทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งถือว่าง่ายมาก ๆ
ขึ้นรถมาสัก 10 นาทีก็ถึงปลายทาง ซึ่งจุดที่ลงยังไม่ใช่ถึงจุดหมายซะทีเดียว ต้องเดินต่อไปอีก 5 นาทีก็จะถึงหอรำลึก
 |
หอรำลึกเจียงไคเช็ค
|
ถึงแล้ว! หอรำลึกเจียงไคเช็ค ที่อลังการตั้งแต่ซุ้มทางเข้าเลยทีเดียว มีลานกว้าง ๆ กับท้องฟ้าใส ๆ เหมาะแก่การมาเดินเล่นและถ่ายรูปมากๆ แต่ก่อนจะเดินไปที่หอรำลึก เรารู้มาว่ามี ร้านชานมเจ้าแรกของโลก Chun Shui Tang (春水堂) อยู่ในอาคารด้านซ้ายมือของลาน และแน่นอนว่าไปกินกันก่อน!
 |
มองหา GATE2 เพื่อมาร้านชานมไข่มุก
|
 |
| Chun Shui Tang สาขา อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก (National Chiang Kai-Shek Memorial Hall) |
มาถึงร้าน Chun Shui Tang ที่นี่จะมีขายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มีโซนนั่งในร้าน และโซน Takeout เราเลือก Takeout เพราะอยากเอาไปนั่งกินที่ลานหอรำลึก
สั่งมา 2 แก้ว — แก้วนึงเป็นชานมไข่มุกตัวหลักของร้าน อีกแก้วสุ่ม ๆ มา รสชาติคือ ก็ธรรมดานะ ให้สัก 7/10 ไม่ได้ถึงขั้นว้าวมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ ถือว่ามาลองเพื่อเช็คอินกับร้านที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของชานมไข่มุก ก็พอแล้ว
 |
ร้านขนมไข่ไทเป กลิ่นหอมมากกกก~
|
 |
| ด้านนอกกรอบนิดๆ ด้านในนุ่ม หวาน |
ส่วนขนมเราไปสั่งจากอีกร้านที่อยู่หน้าทางเข้า เป็นขนมไข่ไทเป ซึ่งเขาจะดีไซน์เป็นรูปสัตว์ต่างๆ เราเดาว่าจะเป็นสัตว์ที่อยู่บนหลังคาของตัวอาคาร พร้อมเสิร์ฟมาในกระดาษที่ทำเลียนแบบหลังคามาแบบเข้ากัน ใช้เวลารอออเดอร์ประมาณ 10-15 นาที (คนสั่งค่อนข้างเยอะเลย) ตัวขนมอร่อยดีเลยนะ แป้งจะหยุ่นๆ รสหวาน และหอมอ่อนๆ ชอบที่ทำมาแบบร้อนๆ ตอนกินก็จะเพลินมาก
.
กินเสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินไปที่หอรำลึกเจียงไคเช็ค สถานที่แห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญใจกลางกรุงไทเป สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง Chiang Kai-shek อดีตผู้นำสาธารณรัฐจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งทางการเมืองและการทหารของจีนและไต้หวัน ตัวอนุสรณ์สถานเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1976 และเปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1980
สถาปัตยกรรมของที่นี่โดดเด่นมาก ตัวอาคารสีขาว หลังคาสีน้ำเงินทรงแปดเหลี่ยม ถ้าจะขึ้นไปด้านบนจะต้องเดินขึ้นบันได 89 ขั้น (เท่ากับอายุของท่านเจียงไคเช็ก) เหมือนจะลิฟต์อยู่ด้านหลัง แต่เพื่อการมาเที่ยวแบบถึงแก่นเลยเดินขึ้นบันไดไปเลยดีกว่า แต่ก็เดินง่ายนะเพราะว่าบันไดไม่ได้ชันมาก ส่วนลานกว้างๆ ด้านหน้าคือ “Liberty Square” หรือจัตุรัสเสรีภาพ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางการเมืองและสังคมของไต้หวัน เป็นสถานที่เอาไว้จัดงานสำคัญๆ ต่างๆ
ภายในหอรำลึกฯ มี รูปปั้นเจียงไคเช็ก สร้างจากทองสัมฤทธิ์ หรือ Bronze มีความสูงประมาณ 6.3 เมตร น้ำหนักกว่า 21 ตัน โดยตั้งอยู่บนฐานหินอ่อนขนาดใหญ่ งานจริงสวยมาก ลงรายละเอียดบนใบหน้าได้อย่างสมจริง อีกหนึ่งไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวชอบมากคือ “พิธีเปลี่ยนเวรทหาร” ที่จะจัดทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00–17:00 น. โดยมีการแสดงทุกต้นชั่วโมง รวมทั้งหมดวันละ 9 รอบ
สำหรับด้านบนช่วงเย็นในวันที่ฟ้าสดใส ถือเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่สวยมาก ๆ จุดนึงเลยละ ได้เห็นวิว Liberty Square และพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพร้อมกัน ภาพออกมาสวยมากก แถมอากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนเหมือนตอนกลางวัน
.
เดินเล่นที่หอรำลึกฯ เสร็จ ก็เดินทางกลับไปที่ย่าน Ximenting เพราะว่ามีจองร้านบุฟเฟต์เอาไว้ โดยเราเดินทางจากสถานี Chiang Kai-Shek Memorial Hall ไปลงที่สถานี Ximen เลย
กลับมารอบนี้แวะ “บ้านแดง” หรือ The Red House (西門紅樓) แลนด์มาร์กชื่อดังใจกลางย่านซีเหมินติง อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1908 (ยุคที่ไต้หวันยังอยู่ภายใต้การปกครอของญี่ปุ่น) ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือ สถาปัตยกรรมอิฐแดงสไตล์ตะวันตก ตัวอาคารด้านหน้าเป็นทรงแปดเหลี่ยม เชื่อมต่อกับอาคารทรงไม้กางเขน ออกแบบโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ Kondo Juro
ด้านในมีร้านอาหารเล็กๆ และมุมจำหน่ายสินค้าที่ระลึกต่างๆ ถ้าเราเดินทะลุไปด้านหลังจะเป็นตลาดงานศิลปะ งานคราฟต์ต่างๆ ที่วางจำหน่ายเยอะมาก ส่วนลานข้างๆ บ้านแดงในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีตลาดนัดงานแฮนด์เมดของศิลปินท้องถิ่นด้วยนะ ที่นี่เขาให้ความสำคัญกับงานศิลปะ และงานฝีมือกันมากๆ เลยทีเดียว
 |
| รายละเอียดเกี่ยวกับ บ้านแดง The Red House 西門紅樓 |
สาขานี้จะอยู่ที่ ชั้น 6 ตึก Plaza of Nations ซึ่งตึกนี้หาง่ายมาก จะมี Uniqlo อยู่ที่ชั้นแรกเลย เข้ามาแล้วเราก็โชว์อีเมลที่จองให้พนักงานและได้เข้าร้านเลย ไม่ต้องรอคิว ส่วนราคาก็มีให้เลือกหลายเรต มาเที่ยวต่างประเทศทั้งทีก็จัดไปเลยแพ็คแพงสุด 998 NTD ต่อคน สำหรับ 2 คน สนนราคารวมค่าอื่น ๆ ออกมา 2000 NTD นิด ๆ
ถ้าจำไม่ผิดมีน้ำซุปให้เลือกประมาณ 6 แบบ เราเลือก Spicy Hotpot กับ ซุปอะไรสักอย่างที่ใส ๆ (จำไม่ได้แล้วจริง ๆ 555 น่าจะเป็นซุปผักนะ)
ในร้านมีโซนของให้ตัก มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายแบบให้กด และมี ไอศกรีม Häagen-Dazs ไม่อั้น! เอ่อนี่ขนาดราคา 998 ก็คุ้มแล้วน้า
เราว่าคุณภาพของวัตถุดิบดีเลยนะ เนื้อสไลด์บางสด ผักหลายชนิด อาหารทะเลก็มี แต่สำหรับซุปยังคิดว่าที่ไทยอาจจะถูกปากกว่าแฮะ (อาจเพราะคนไทยชินกับรสจัดจ้านกว่า)
 |
| ร้านปลาหมึกย่าง 魷布院 (Roasted Squid) ร้านดังย่านซีเหมิน |
กินเสร็จแล้วก็เดินทางกลับโรงแรมกัน แต่ระหว่างทางเราเจอ ร้านปลาหมึกย่าง 魷布院 (Roasted Squid) ที่เป็นกระแสในโซเชียลก็เลยจัดไป 1 ห่อ สนนราคา 200 NTD
เราขอแบ่งกินตอนนั้นส่วนนึง กรุบ ๆ ร้อน ๆ อร่อยดีนะ ปลาหมึกย่างมาจนหอม รสเค็มกำลังพอดี เนื้อปลาหมึกหยุ่นๆ หน่อย ส่วนที่เหลือเอากลับไปกินต่อที่โรงแรม
.
และ Day 2 ในไต้หวันของเราจบตรงนี้ กลับโรงแรมประมาณ 4 ทุ่ม เตรียมพร้อมลุยกันต่อใน Day 3 - บุก Yangmingshan อุทยานแห่งชาติบนภูเขาของไทเป!
© 2026 onetotea92. All rights reserved.
ภาพทั้งหมดในบทความนี้เป็นผลงานที่ถ่ายโดยเจ้าของเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้ คัดลอก หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต