รีวิวเที่ยวไต้หวันเหนือ 10 วัน Taipei and Beyond | Day 3: บุก Yangmingshan, Zhuzihu และ Qingtiangang

รีวิว เที่ยวไต้หวัน Yangmingshan, Zhuzihu และ Qingtiangang
กลับมาเจอกันอีกครั้งในซีรีส์ Taipei and Beyond บันทึกทริปไต้หวันเหนือ 10 วันของเรา หลังจากที่ Day 1Day 2 ที่ลุยไทเปไปแล้ว วันนี้ Day 3 เราจะออกจากตัวเมืองไปสัมผัสธรรมชาติกันบ้าง เป้าหมายคือ Yangmingshan อุทยานแห่งชาติบนภูเขา สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของไทเป

สรุปคร่าวๆ Day 3 ของเรา

  • MRT สายสีแดงไป Shipai → รถเมล์ 小8 ไป Zhuzihu
  • Minyangpu Leisure Farm ชมดอกคาลาลิลลี่ + เห็นพุก๊าซ Xiao You Keng จากระยะไกล
  • นั่งรถ 小8 + 108 ไป Qingtiangang ชมทุ่งหญ้าและควาย
  • กลับเมืองด้วยรถ R15 ไป MRT Jiantan
  • MRT ไป Zhongxiao Dunhua ลุย I'm Donut สาขาไทเป + แวะโดนัทกรอบโรยผงนมระหว่างทาง
  • กลับ Taipei Main Station มื้อค่ำที่ SPICY NOODLE + ชานม UG
เริ่มต้นวันที่ 3 ของเรา สำหรับวันนี้แพลนของเราจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นหลัก (อากาศไต้หวันค่อนข้างเอาแต่ใจมาก เดี๋ยวแดดเดี๋ยวฝน 555+) เนื่องจาก Yangmingshan ที่เราจะไปกัน มีลักษณะเป็นภูเขา ถ้าฝนตกหรือหมอกลงจัดจะเดินลำบาก เห็นวิวได้น้อย โชคดีว่าที่เช็คพยากรณ์อากาศแล้ววันนี้ฟ้าเปิด เป็นอันว่าบุก Yangmingshan แน่นอน!
.
เราออกจากห้องประมาณ 8 โมงครึ่ง ซึ่งจริง ๆ ถือว่าออกช้าแล้วก็เลยไม่ได้หาข้าวเช้ากิน และไม่รู้ว่าที่อุทยานจะมีอะไรให้กินบ้าง ก็เลยเข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้อแซนวิชพกเป็นเมื้อเช้าแบบเร่งดวน และซื้อเผื่อไว้เป็นเสบียงสำหรับมื้อกลางวันบนเขาด้วย

สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง Shipai Taiwan
ป้ายรถเมล์ เพื่อเดินทางไปยัง Zhuzihu
สำหรับเส้นทางวันนี้หลายต่อหน่อย เราจะเริ่มจาก Taipei Main Station นั่ง MRT สายสีแดงไปลงที่สถานี Shipai จากนั้นเดินออกจากสถานีไปทางทิศตะวันออกถึงถนน Donghua แล้วขึ้นรถเมล์สาย 小8 (Xiao 8) ต่อไปยังบริเวณ Zhuzihu
.
รถสาย 小8 มาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เป็นรถมินิบัสนะ แนะนำว่าถ้ามีที่นั่งว่างให้นั่งก่อนเลย เพราะจะใช้เวลาประมาณ 35 นาทีกว่าจะถึงปลายทาง และเส้นทางบนเขาค่อนข้างคดเคี้ยว ประกอบกับสไตล์การขับที่แสนจะ Fast&Furious ของพี่โชเฟอร์ นั่งเถอะจะดีสุด (555+) ปล.ถ้าใครเมารถง่ายๆ อย่าลืมพกยาแก้เมารถ ยาดม ยาลม ไปให้พร้อม เพราะว่าเป็น Route ที่ต้องอาศัยความถึกพอประมาณ
.
อ้อ! มาถึงตรงนี้ ใครอ่านบทความ Day 2 ที่เราเคยบอกว่า ถ้าจะขึ้นรถเมล์คันไหนให้โบก ถ้าไม่โบกเค้าจะไม่จอด ก็จุดนี้เลย! หลังจากที่เราเดินออกจากสถานี Shipai แล้วมายืนรอที่ป้ายรถเมล์แล้ว ตรงนี้คนจะต่อคิวกันเยอะมากๆ ซึ้งไม่ต้องตกใจไป เพราะว่าเขาแค่ยืนรอกันเฉยๆ ไม่ได้ไปคันเดียวกัน เมื่อไหร่ที่รถเมล์ที่ราจะขึ้นมา ให้ก้าวไปข้างหน้าและโบกแขนรัวๆ ได้เลย ไม่งั้นตกรถ ซึ่งนั่นแหละ เราก็นึกว่าเขาจะขึ้นคันเดียวกันเลยไม่ได้โบกอะไร ก็ต้องรอรถเมล์คันใหม่ในอีก 30 นาทีไปเลยจ้า (5555+)
.
หลังจากขึ้นรถและนั่งมาแล้วสัก 35 นาที รถก็พาเรามาถึงบริเวณ Zhuzihu ซึ่งจะมีจุดที่คนลงกันเยอะคือที่ป้าย Zhuzi Lake แต่วันนี้เราจะนั่งเลยไปอีกนิดจะไปลงตรงป้าย Fengjiakou (เลยจากป้ายที่คนจะลงเยอะๆ ไปอีก 2 ป้าย) เนื่องจากวันนี้เราจะไปกันที่ร้าน Minyangpu Leisure Farm

ภาพด้านหน้า Minyangpu Leisure Farm ไต้หวัน
Minyangpu Leisure Farm เวลาเปิด-ปิด
แต่ทุกอย่างหาได้เป็นตามแผนไม่ หลังจากที่คนลงเยอะ ๆ ที่ป้าย Zhuzi Lake บนรถก็เหลือคนไม่กี่คน พอไปถึงป้ายถัดไปคนก็ลงจนหมดรถ และคนขับก็เหมือนพยายามพูดอะไรกับเราสักอย่าง แต่เราฟังไม่ออก (ภาษาจีนล้วน) ก็เอาวะ! ลงตรงนี้มันเลยแล้วกัน (5555555+) ก็เลยกลายเป็นว่าต้องเดินต่อไปเองอีกหน่อย แต่ก็ไม่ได้ไกลมาก เดินแค่อีก 5 นาที ถือว่ามาเดินเทรลกลางเขาเอานิดนึงแล้วกัน ฮาา~

ค่าเข้า Minyangpu Leisure Farm คนละ 150 NTD
บรรยากาศภายในร้าน Minyangpu Leisure Farm
เบเกอรี่ในร้าน Minyangpu Leisure Farm
มีขนมและเบเกอรี่เยอะเลยนะ

สำหรับ Minyangpu Leisure Farm ที่นี่เป็นคาเฟ่น่ารักๆ ซึ้งด้านหลังจะมีลานปลูกดอกไม้ให้เราได้เข้าชมกัน ค่าเข้าคนละ 150 NTD ซึ่งสามารถนำไปเป็นส่วนลดค่าเครื่องดื่มและขนมได้ 

ที่นั่งด้านนอก Minyangpu Leisure Farm
มีโซนที่นั่งด้านนอกร้าน ด้านหลังจะเป็นวิวสวนสวยๆ

เครื่องดื่ม ร้าน Minyangpu Leisure Farm
เบเกอรี่ ขนม ของร้าน Minyangpu Leisure Farm
ชีสเค้กหน้าไหม้ (Basque Burnt Cheesecake) อร่อยใช้ได่ แต่ไม่ได้เข้มข้นเท่าไหร่

เครื่องดื่มที่สั่งคือ ชาบ๊วย (Green Plum) อันนี้เปรี้ยวๆ หวานเบาๆ อร่อยเลย และ ชาดอกหอมหมื่นลี้ (Osmanthus Tea) เลือกหวานได้ เราเอาหวานน้อย รสเลยจะมาทางฝาดๆ หน่อย แต่ก็หอมดี ส่วนขนมเป็น ชีสเค้กหน้าไหม้ (Basque Burnt Cheesecake) อร่อยใช้ได้ แต่เนื้อไม่ได้เนียน ชีสไม่ได้เข้มข้นมากนัก แต่ที่ประทับใจคือพนักงานในร้านน่ารักมากๆ บริการดีสุดๆ อ้อ หลังจากทานเสร็จเราจะต้องเก็บถาดเอง ตอนเอาของไปทิ้งก็ต้องแยกขยะ ทิ้งเศษอาหาร เศษน้ำด้วยตัวเองด้วยนะ จุดทิ้งจะอยู่ในร้าน 

สวนคาลาลิลลี่ Minyangpu Leisure Farm
ดอกคาลาลิลลี่ ขนาดยักษ์

สวนคาลาลิลลี่ Minyangpu Leisure Farm
ซุ้มสวยๆ กลางสวน มองแล้วแอบคิดถึงเรื่อง Arrietty ของ Studio Ghibli เลย

สวนคาลาลิลลี่ Minyangpu Leisure Farm
มีรูปปั้นเขียดตะปาดด้วยนะ น่ารักมาก

หลังจากกินกันเสร็จก็ได้เวลาเดินชมสวนดอกไม้ ซึ่ง ณ เวลาที่เรามาคือปลายเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนจากดอกคาลาลิลลี่เป็นดอกไฮเดรนเยีย ดอกไม้จะเริ่มน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังสวยอยู่เลยนะ มาช่วงนี้แอบเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถ้าใครอยากเจอคาลาลิลลี่เต็มสวนต้องมาก่อนหน้านี้ 1-2 สัปดาห์

พุก๊าซ Xiao you keng
ที่มองเห็นไกลๆ คือ พุก๊าซ Xiao you keng

จากที่นี่เราจะได้เห็นอีกจุดของอุทยาน Yangmingshan นั่นคือ พุก๊าซ Xiao you keng ที่จะมีไอร้อนระเหยขึ้นมาจากพื้นดินตลอดเวลา ก็สวยงามแปลกตาดี
.
เดินชมดอกไม้อยู่สักพักก็ได้เวลาไปกันต่อ แต่ตอนนี้เป็นเวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ซึ่งช้ากว่าแพลนที่เราทำประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วจ้า (ตลอดไปปปป) ก็จำใจต้องตัดแพลนเดิมที่จะ นั่งรถสาย 108 ไปลงที่ Leng Shui Keng แล้วเดินต่อไปที่ Qingtiangang Grassland เป็นการเปลี่ยนแพลนเป็นนั่งรถสาย 108 ไปลงที่ Qingtiangang ตรงเลย 
.
แต่จุดที่เราอยู่ตอนนี้ (Fengjiakou) ไม่มีรถสาย 108 ผ่าน เลยต้องเดินไปที่ป้าย Fengjiakou เพื่อรอรถ 小8 ก่อน แล้วไปลงที่ป้าย Zhuzi Lake Police Station หลังจากนั้นก็ยืนรอรถ 小8 รออีกประมาณ 10 นาที
.
สำหรับ รถ 108 ถ้ามีที่นั่งอันนี้แนะนำอย่างยิ่งว่านั่งเถอะ เพราะรถขับบนเขาและคนขับเบรกแรงมาก ต้องใช้พลังแขนในการจับเยอะมากกก กว่าจะมาถึง Qingtiangang โหนจนแขนระบมเลยทีเดียว 5555 โดยรถ 108 คันที่เราขึ้นจะพาเราวนรอบ Yangmingshan ก่อนจะไปถึง Qingtiangang เป็นจุดท้าย ๆ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากป้าย Zhuzi Lake Police Station

บรรยากาศ ภูเขา ที่ Qingtiangang ไต้หวัน
มาถึง Qingtiangang แล้ว!

ร้านคาเฟ่ ขายของ Qingtiangang
ร้านขายของขนาดเล็กๆ ที่ด้านหน้าทางขึ้นเขา

มาถึง Qingtiangang แล้ว! ที่นี่มีร้านขายของอยู่นะ จะเป็นร้านขายของชำเล็กๆ มีขายพวกน้ำ ไอศกรีม และอาหารที่กินแบบง่ายๆ ส่วนตัวเราพกแซนด์วิช และขนมมาเองด้วย เลยเติมพลังกันก่อนจะเดินขึ้นเขาไป จำนวนคนที่มาชมวิวที่นี่ก็ค่อนข้างหนาตาเลยนะ ทั้งชาวไต้หวันเองและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ วันที่เรามาท้องฟ้าค่อนข้างแจ่มใส มีบางจังหวะที่มีเมฆหมอกมาบ้างเป็นช่วง ๆ แต่โดยรวมคืออากาศดีมาก สดชื่นสุด ๆ บรรยากาศแบบที่หาในตัวเมืองไทเปไม่ได้

คนมานอนเล่น กินลมชมวิวเยอะมาก นอกจากนี้ก็มีคนมาเล่นดนตรี มาเต้น มาถ่าย Pre wedding ด้วยนะ

บรรยากาศ ภูเขา ที่ Qingtiangang ควายภูเขา ไต้หวัน
มีน้องควายอยู่หลายตัวเลย น้องคุ้นกับคนมาก ไม่ได้เดินหนีหรืออะไร แต่ก็ไม่ควรไปแหย่น้องนะ

บรรยากาศ ภูเขา ที่ Qingtiangang ไต้หวัน
ตรงนี้ให้ฟีลแบบยุโรปดีเลย

เราไม่ได้เดินขึ้นไปจนถึงยอดเขา เป็นการเที่ยวสายขี้เกียจ (555+) แต่แค่ครึ่งทางก็คิดว่าคุ้มค่าแล้วที่เดินทางมาไกลขนาดนี้ ใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณชั่วโมงนิด ๆ ก่อนจะกลับมาที่ป้ายรถเมล์

รถเมล์เดินทางกลับ Qingtiangang ไต้หวัน
มารอขึ้นรถเมล์ ที่แถวๆ ห้องน้ำ คนค่อนข้างเยอะเลย

จากป้ายรถเมล์ที่ Qingtiangang เรากลับเมืองด้วยรถสาย R15 ไปลงที่ MRT สถานี Jiantan (สายสีแดง) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ด้วยความเหนื่อยสะสม เราก็เลยป๊อกมาทั้งทางจนกระทั่งถึงในเมือง

I'm Donut สาขาไทเป ไต้หวัน
มาถึงสถานี Jiantan แล้วก็เซตเป้าหมายต่อไปเป็น I'm Donut สาขาไทเป เริ่มด้วยการนั่ง MRT สายสีแดงกลับไปที่ Taipei Main Station ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายสีน้ำเงิน ไปสถานี Zhongxiao Dunhua เดินไปไม่ไกลจากสถานีก็จะเจอร้าน

I'm Donut สาขาไทเป ไต้หวัน
I'm Donut สาขาไทเป ไต้หวัน
สำหรับวิธีสั่ง I'm Donut เราจะต้องต่อคิวที่หน้าร้านก่อน แล้วพนักงานจะเอาเมนูมาให้เลือก พอเลือกได้แล้วพนักงานก็จะเอาใบที่เขียนเมนูที่เราเลือกเข้าไปในร้าน เมื่อถึงคิวเราก็จะได้เดินเข้าไปด้านในร้าน จ่ายเงินและรับของ เราสั่งมาลองกัน 4 ชิ้น ได้แก่

  • ออริจินอล 1 ชิ้น
  • มัทฉะ 1 ชิ้น
  • Salt Caramel Bacon 1 ชิ้น
  • Super Taiwan ที่เป็นหน้าพิเศษเฉพาะไต้หวัน 1 ชิ้น

I'm Donut สาขาไทเป ไต้หวัน
เนื้อแป้งนุ่มดีเลยนะ เป็นโดนัทเนื้อที่แปลกไปเลย อร่อย!

ได้รับมาแล้วก็หาที่นั่งแถวหน้าร้านกินกันเลย 
สำหรับเราออริจินอลรู้สึกธรรมดา แต่ที่ชอบมากเป็นพิเศษคือ Super Taiwan ที่เป็นไส้คล้ายขาหมูจีน มี หมูสามชั้น + ไข่ต้ม + ผักดอง อยู่ในโดนัทเดียวกัน! รสเค็มมัน ๆ ของหมูสามชั้นเข้ากันกับแป้งโดนัทนุ่ม ๆ ไข่ต้มก็มาช่วยให้นุ่มขึ้น ปิดท้ายด้วยผักดองเปรี้ยว ๆ ตัดเลี่ยน ใครมาไต้หวันแล้วได้แวะ I'm Donut อย่าพลาด Super Taiwan นะเป็นเมนูเฉพาะสาขาไตหวันด้วย ส่วนอีก 2 ชิ้น (มัทฉะ + Salt Caramel Bacon) เก็บไว้ไปกินที่โรงแรมละกัน 555
.
กินเสร็จแล้วเดินย่อยกันหน่อย เราเดินไปเรื่อย ๆ จากสถานี Zhongxiao Dunhua ไปยังสถานี Sun Yat-sen Memorial Hall ระหว่างทางก็ได้เจอกับร้านโดนัททอดกรอบโรยผงนม ร้านนี้ชื่อ 一脆鮮奶脆皮甜甜圈 เป็นเจ้าเดียวกับร้านดังที่อยู่ใน Ximen นั่นแหละ ที่ Ximen ปกติคิวยาวมาก แต่ที่นี่ไม่ต้องต่อคิวเลย

脆鮮奶脆皮甜甜圈 ร้านโดนัททอด ไต้หวัน
脆鮮奶脆皮甜甜圈 ร้านโดนัททอดชื่อดัง สาขานี้คนน้อยมาก ไม่ต้องต่อคิวเลย

มาถึงขนาดนี้แล้ว ถึงจะเพิ่งกินโดนัท I'm Donut ไป 2 ชิ้น แต่ก็ต้องลองแล้วละ จัดมา 1 ชิ้น 40 NTD ได้มาแล้วก็กินที่หน้าร้านเลย เป็นโดนัทที่กรอบและนัวดีนะ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบกับร้าน Curly Mama จาก Day 1 เราสองคนเห็นพ้องต้องกันว่าชอบของ Curly Mama มากกว่า (แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับลิ้นของแต่ละคน)

SPICY NOODLE สาขา Taipei Main Station
SPICY NOODLE สาขา Taipei Main Station

หลังจากเดินมาถึงสถานี Sun Yat-sen Memorial Hall เราก็ยังไม่เจอร้านที่สนใจจะเป็นมื้อเย็น เลยเลือกกลับไปหามื้อเย็นที่ Taipei Main Station ซึ่งวันนี้เลือกเป็นร้าน SPICY NOODLE ร้านนี้จะมีเมนูเดียวเลยคือ บะหมี่คลุกซอสเผ็ด แต่ที่จะมีให้เลือกคือซุปและเครื่องเคียง

SPICY NOODLE สาขา Taipei Main Station
SPICY NOODLE สาขา Taipei Main Station
วันนี้เราเลยสั่งมาทั้งซุปแบบเผ็ดและไม่เผ็ดเพื่อให้ได้ลองทั้ง 2 รส ส่วนเครื่องเคียงเลือกเป็น เลือดเป็ด กับ ไช้เท้าดอง สำหรับตัวบะหมี่เราชอบนะ นัวดี ซอสเผ็ดและชาลิ้น เครื่องเคียงเลือดเป็ดนุ่ม ๆ เข้ากันดี ไช้เท้าดองช่วยตัดเลี่ยนจากซอสเข้ม ๆ ของบะหมี่ แต่ซุปคิดว่าจืดไปหน่อย โดยรวมเป็นมื้อที่ดีนะ
.
กินเสร็จแล้วเนื่องจากวันนี้เดินทางกันไกล ก็ถือโอกาสกลับเข้าไปพักเร็วกว่าปกติ แต่เนื่องจากวันนี้เรายังไม่ได้กินชานมสักแก้วเลย (ขาดสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวันที่ไต้หวัน) ก่อนเข้าที่พักก็เลยต้องเดินหาสักหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าใช้เวลาไม่นานเพราะร้านชานมหาได้ทั่วไปเลย

ร้านชานม UG สาขาไทเป ไต้หวัน
ร้าน UG นี่ดังอยู่เหมือนกันนะในไต้หวัน

ร้านชานม UG สาขาไทเป ไต้หวัน
ราคาไม่ได้แพงมากนักนะ

ร้านชานม UG สาขาไทเป ไต้หวัน
วันนี้เราเลือกเป็นชานมร้าน UG เมนูที่สั่งเข้าใจว่าเป็น ชาเขียวมะลิ หวาน 30% น้ำแข็งปกติ สำหรับชาร้านนี้เราให้คะแนนมากกว่าของร้าน Chun Shui Tang นะ แต่ก็ยังไม่ได้ว้าวมาก (สำหรับเรา) เป็นชาเขียวมะลิที่กลิ่นชัด รสไม่หนักจนเกินไป ตัวชานมบางๆ ไม่เข้มเท่าไหร่

และ Day 3 ในไต้หวันของเราจบตรงนี้ กลับโรงแรมประมาณ 2 ทุ่ม เตรียมพร้อมลุยกันต่อใน Day 4!

© 2026 onetotea92. All rights reserved. ภาพทั้งหมดในบทความนี้เป็นผลงานที่ถ่ายโดยเจ้าของเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้ คัดลอก หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต

ใหม่กว่า เก่ากว่า