รีวิวเที่ยวไต้หวันเหนือ 10 วัน Taipei and Beyond | Day 5: ไหว้วัดหลงซาน กินข้าวมิชลิน แล้วไปต่อ Tamsui

รีวิวเที่ยวไต้หวัน Day 5 วัดหลงซาน Longshan Temple และ Tamsui
เข้าสู่วันที่ 5 แล้วสำหรับซีรีส์ Taipei and Beyond บันทึกทริปไต้หวันเหนือ 10 วันของเรา หลังจาก Day 4 ที่นั่งรถไฟไปปั่นจักรยานที่ Fulong แวะหมู่บ้านแมว Houtong และ Shifen กันมาแล้ว วันนี้ Day 5 เราจะกลับมาเที่ยวในไทเปกันบ้าง เช้านี้ไหว้วัดหลงซานพร้อมตะลุยของกินแถวนั้น ส่วนช่วงบ่ายนั่ง MRT สายสีแดงไปจนสุดสายที่ Tamsui บอกเลยว่าวันนี้กินเยอะมากกก 

สรุปคร่าวๆ Day 5 ของเรา

  • เช้าตรู่ - เช็คเอาท์ Hotel Relax III ฝากกระเป๋าที่โรงแรมใหม่ Hinoen
  • เช้า - MRT สายสีน้ำเงินไปสถานี Longshan Temple กินข้าวต้มหมูกรอบร้าน Zhouji Meat Porridge
  • สาย - ไหว้วัดหลงซาน Longshan Temple
  • ก่อนเที่ยง - ข้าวหมูสามชั้นตุ๋นร้าน Wang's Broth (มิชลินบิบ กูร์มองด์)
  • เที่ยง - MRT สายสีแดงจาก Taipei Main Station ไป Tamsui
  • บ่าย - ซูชิ Kura, เดินเล่น Tamsui Old Street, ซอยขั้นบันได, โบสถ์ Tamsui และทางเดินริมแม่น้ำ แวะร้านน้ำแข็งไส
  • บ่ายแก่ๆ - นั่งรถเมล์ไป Fisherman's Wharf ดูสะพาน Lover's Bridge ขากลับนั่ง Danhai LRT
  • เย็น - กลับไทเป ชานม Milksha และซูชิ Sushiro
  • ค่ำ - เช็คอินโรงแรม Hinoen

ย้ายโรงแรม แล้วมุ่งหน้าไป Longshan Temple

เหมือนทุกวัน เราเริ่มต้นด้วยการเช็กพยากรณ์อากาศกันก่อน วันนี้ช่วงเช้ามีแดด ช่วงบ่ายอาจครึ้มๆ ส่วนช่วงค่ำมีฝน เราเลยตัดสินใจไปตามแพลนเดิม แต่วันนี้มีภารกิจพิเศษเพิ่มมาอีกอย่าง นั่นคือย้ายโรงแรม
เราเช็คเอาท์จาก Hotel Relax III ประมาณ 8 โมงครึ่ง แล้วลากกระเป๋าเดินไปโรงแรมใหม่ Hinoen ที่อยู่ห่างกันไม่เกิน 500 เมตร ที่นี่เช็คอินได้ตั้งแต่บ่าย 3 เหมือนโรงแรมแรก เราเลยฝากกระเป๋าไว้ก่อน ตัวเบาพร้อมเที่ยวแล้ว!

สถานที่แรกของวันนี้คือ Longshan Temple (วัดหลงซาน) หนึ่งในวัดชื่อดังที่คนมาเที่ยวไต้หวันนิยมมาขอพรเรื่องความรักกัน ส่วนเรามาเพราะเห็นว่าวัดสวยดี (ไม่ใช่สายมูนะ 555+)

จาก Taipei Main Station เรานั่ง MRT สายสีน้ำเงิน ไปลงสถานี Longshan Temple (BL10) ชื่อสถานีตามชื่อวัดเลย ไม่หลงแน่นอน จากนั้นเดินตาม Longshan Temple Street Underground ไปออกทางออกที่พาไปหน้าวัดได้เลย

ป้ายสถานี Longshan Temple และทางเดินใต้ดิน

ระหว่างเดินในทางเดินใต้ดินไปทางวัด เจอตู้กาชาโมเดลจิ๋ว T-fal เข้า สายกาชาอย่างเราก็ต้องลองสักหน่อย ผลคือได้โมเดลเตารีดไฟฟ้าจิ๋วมาเป็นของที่ระลึก

ตู้กาชาโมเดลจิ๋ว T-fal ในทางเดินใต้ดิน
ตู้กาชา T-fal ในทางเดินใต้ดิน ได้เตารีดจิ๋วกลับมา 1 อัน

แต่เรายังไม่เข้าวัดกันนะ เพราะเป้าหมายแรกคือมื้อเช้า 555+

ข้าวต้มหมูกรอบร้าน Zhouji Meat Porridge

มื้อเช้าวันนี้คือร้านข้าวต้มหมูกรอบ Zhouji Meat Porridge (周記肉粥店) ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดหลงซาน เดินไม่กี่นาทีก็ถึง

บรรยากาศในร้าน Zhouji Meat Porridge

ที่ร้านจะมีเมนูพร้อมรูปให้ดู และใบสั่งอาหารให้เราจดเอง สั่งง่ายมาก มื้อนี้เราสั่งมาตามนี้

  • ข้าวต้ม คนละถ้วย
  • หมูกรอบ เมนูดังของร้าน
  • ตับ
  • ผักลวก

เมนูและใบสั่งอาหาร Zhouji

มื้อเช้าที่ Zhouji

หมูกรอบ ข้าวต้ม ตับ และผักลวก

หมูกรอบเมนูดัง สไตล์ไต้หวันจะเป็นหมูชุบแป้งทอด

ส่วนตัวคิดว่าข้าวต้มโอเคอยู่นะ รสชาติกลางๆ กินสบายท้อง ส่วนหมูกรอบอันนี้อร่อยเลย แต่ต้องบอกก่อนว่าหมูกรอบที่นี่ไม่ใช่หมูกรอบแบบบ้านเรา แต่คือหมูชุบแป้งทอด ชิ้นหนาๆ กรอบนอกนุ่มใน ส่วนตับกับผักรสค่อนข้างอ่อน ใครชอบรสจัดอาจต้องจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มหน่อย โดยรวมเป็นมื้อเช้าเบาๆ ที่ดี ถ้ามาแถววัดหลงซานก็แวะได้ แค่อย่าคาดหวังว้าวเท่าในรีวิวนะ แนะนำให้สั่งหมูกรอบติดโต๊ะไว้เลย

พิกัด ร้านข้าวต้มชื่อดัง Zhouji Meat Porridge

ไหว้วัดหลงซาน Longshan Temple

ระหว่างทางเดินกลับไปที่วัด จะผ่านตึกเก่าอิฐแดงตรงหัวมุมถนน บรรยากาศดีจนต้องหยุดถ่ายรูปสักหน่อย ย่านนี้อยู่แถว Bopiliao Historical Block ถนนเก่าที่ยังเก็บตึกอิฐแดงสมัยก่อนไว้ แต่ตอนที่เราเดินผ่านยังเช้าอยู่ เหมือนยังไม่เปิด เลยไม่ได้แวะเข้าไปข้างใน

ตึกเก่าอิฐแดงแถววัดหลงซาน

แถวนั้นยังมีร้าน 85°C Bakery Cafe ที่เปิดตั้งแต่เช้า เดินผ่านแล้วแอบเข้าไปส่องสักหน่อย มีทั้งเค้กโรล ขนมปัง และขนมอีกเพียบ น่าสนใจหลายอย่าง แต่มื้อหลักต้องมาก่อน เลยเก็บไว้ในใจไปก่อน 555+

ตู้เค้กและชั้นขนมปังที่ 85°C

กินเสร็จก็เดินกลับมาที่วัดกัน วัดหลงซาน (艋舺龍山寺) สร้างตั้งแต่ปี 1738 เป็นวัดเก่าแก่และศูนย์รวมความศรัทธาของคนไทเปมาตั้งแต่สมัยก่อน มาถึงตั้งแต่เช้าแบบนี้ คนยังไม่เยอะมาก เดินสบายๆ เลย

ซุ้มประตูหน้าวัดหลงซาน

พอเดินผ่านซุ้มประตูใหญ่เข้ามา จะเจอกำแพงน้ำตกจำลองทางขวามือ ส่วนตัววัดจะมีประตูทางเข้า 2 ทาง จากที่เราดูรีวิวมา ควรเข้าวัดทางประตูมังกรทางขวามือ เราก็ทำตามนั้นเลย

น้ำตกจำลองในวัดหลงซาน

อาคารหลักของวัดหลงซาน

หลังคาและงานแกะสลักในวัด

บอกตามตรงว่าเราไม่ได้เป็นสายมูเลย มาเพราะเห็นว่าวัดสวยดีล้วนๆ แต่มาถึงทั้งทีก็อดใจไม่ไหว ซื้อเครื่องรางติดมือกลับมาด้วยนิดหน่อย ถือเป็นของที่ระลึกไปในตัว

ได้เครื่องรางมาแล้วยังไม่จบนะ ตามความเชื่อของคนไต้หวัน ต้องเอาเครื่องรางไปผ่านควันกระถางธูป (เรียกว่า 過爐) ก่อน เหมือนเป็นการปลุกเสกให้เครื่องรางมีพลัง วิธีก็ไม่ยาก บอกกล่าวเทพเจ้าก่อน แล้วถือเครื่องรางวนเหนือกระถางธูปให้ควันผ่านสัก 3 รอบ ที่วัดหลงซานจะเห็นคนมาต่อคิวทำกันที่กระถางธูปสีทองใบใหญ่นี้เลย

กระถางธูปสีทองที่คนนำเครื่องรางมาผ่านควัน
กระถางธูปสีทองที่คนต่อคิวเอาเครื่องรางมาผ่านควัน

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ตั้งแต่ปี 2020 วัดหลงซานงดให้ผู้มาไหว้จุดธูปเองแล้ว ไม่ต้องเตรียมธูปไป ทางวัดจุดธูปใหญ่ไว้ให้แทน

เราใช้เวลาอยู่ที่วัดประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากจัดการเรื่องเครื่องรางเสร็จสรรพ เป้าหมายต่อไปของเราก็วนกลับมาอยู่กับการกินเหมือนเดิม

Wang's Broth ข้าวหมูสามชั้นตุ๋น มิชลินบิบ กูร์มองด์

ร้านต่อไปคือ Wang's Broth (小王煮瓜) ร้านข้าวหมูสามชั้นตุ๋นที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1975 และได้ มิชลินบิบ กูร์มองด์ ร้านอยู่ในโซน Huaxi Street Night Market ห่างจากวัดหลงซานแค่ประมาณ 450 เมตร เดินแป๊บเดียวก็ถึง

หน้าร้าน Wang's Broth

วิธีสั่งที่นี่ไม่ยาก หน้าร้านจะมีใบสั่งอาหารให้หยิบ 2 แบบ คือทานที่ร้าน กับ Takeout

  1. หยิบใบสั่งอาหารแบบทานที่ร้าน
  2. เดินเข้าไปหาที่นั่งก่อน
  3. ขีดเมนูแล้วเอาใบสั่งไปให้พนักงานหน้าร้าน พร้อมจ่ายเงิน

เมนู Wang's Broth

เนื่องจากเพิ่งกินมื้อเช้ามาไม่นาน มื้อนี้เลยสั่งกันไม่เยอะมาก

  • ข้าวหน้าหมูสามชั้นตุ๋นและเห็ด
  • ไข่เป็ดต้ม
  • หมูสับต้มแตงกวาดอง
  • Sweet Potato Leaves (ยอดมันเทศ)
  • ข้าวสวย 1 ถ้วย

เมนูที่สั่งที่ Wang's Broth

ข้าวหน้าหมูสามชั้น ไข่เป็ด ซุปหมูสับแตงกวาดอง และยอดมันเทศ

หมูสามชั้นตุ๋นเนื้อนุ่ม
หมูสามชั้นตุ๋นของ Wang's Broth เนื้อนุ่มจนใช้ช้อนแบ่งได้

เมนูเด็ดของร้านก็คือหมูสามชั้นตุ๋น ชิ้นใหญ่วางมาบนข้าวคลุกซอสกับเห็ด ตุ๋นมาจนเนื้อนุ่ม ใช้ช้อนแบ่งได้เลย ดูจากรูปก็น่าจะเดากันออก รสชาติโดยรวมก็อร่อยใช้ได้เลยนะ ใครมาไหว้วัดหลงซาน ร้านนี้เดินต่อได้สบายๆ แวะมาลองร้านที่ได้มิชลินกันสักครั้งก็คุ้มอยู่นะ

หลังจากกินเสร็จ เราเดินกลับมาที่ MRT Longshan Temple แต่ก่อนถึงสถานีก็อดใจไม่ไหว แวะร้าน 85°C Bakery Cafe ที่เล็งไว้ตั้งแต่เช้า ซื้อบัตเตอร์ต๊อก 1 กล่อง กับขนมปังหน้าชีสอีก 1 ชิ้นติดมือไว้เป็นเสบียง เผื่อหิวระหว่างทาง (กินกันไม่หยุดจริงๆ วันนี้)

85°C Bakery Cafe บัตเตอร์ต๊อก และขนมปังหน้าชีส
บัตเตอร์ต๊อกและขนมปังหน้าชีสจาก 85°C เสบียงระหว่างทาง

นั่ง MRT สายสีแดงไป Tamsui

จากนั้นนั่ง MRT สายสีน้ำเงินกลับมาที่ Taipei Main Station แล้วเปลี่ยนเป็น MRT สายสีแดง นั่งยาวไปจนสุดสายที่สถานี Tamsui (R28) ใช้เวลาราว 40 นาที ช่วงใกล้ถึงรถจะวิ่งบนดิน มองออกไปจะเห็นแม่น้ำกับภูเขาอยู่ไกลๆ บรรยากาศดีมาก

85°C Bakery Cafe บัตเตอร์ต๊อก และขนมปังหน้าชีส

มาถึงตอนเที่ยงกว่าพอดี เราเลยเดินข้ามไปที่ meito Mall ตรงข้ามสถานี เพื่อหาของกิน เดินสำรวจไปเรื่อย ๆ ก็ไปจบที่ซูชิสายพาน Kura Sushi ที่นี่ไม่ต้องจอง เดินเข้าได้เลย สั่งผ่านแท็บเล็ตที่โต๊ะ และที่ชอบที่สุดคือกิจกรรมสุ่มกาชา หยอดจานครบ 5 จานก็ได้เล่น 1 ครั้ง

หน้าร้าน Kura Sushi

อีกอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของ Kura คือซูชิบนสายพานจะมีฝาครอบทรงโดมครอบไว้ทุกจาน สะอาดดี แต่วิธีเปิดมันแปลกๆ หน่อย ตอนแรกเราเปิดไม่เป็นด้วยแหละ

ฝาครอบซูชิบนสายพาน Kura

ซูชิที่ Kura Sushi

ราเมง จานซูชิที่กินแล้ว และจอสุ่มกาชาที่ Kura Sushi

ส่วนรสชาติ เราว่าคุณภาพโอเคเลย คล้ายๆ กิน Sushiro เมนูส่วนใหญ่เป็นซูชิพื้นฐาน ไม่ค่อยมีเมนูแปลกๆ เท่าไหร่ ด้วยความที่เป็นร้านเชนญี่ปุ่นที่มีหลายสาขา สำหรับเรา กินก็ได้ ไม่กินก็ไม่เสียดาย

เดินเล่น Tamsui Old Street ซอยขั้นบันได และริมแม่น้ำ

อิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินย่อย เราเดินเข้า Tamsui Old Street ที่เต็มไปด้วยร้านของฝากและร้านอาหาร บ่ายนี้ฟ้าเริ่มครึ้มตามพยากรณ์ แต่กลายเป็นว่าเดินสบาย ไม่ร้อนเลย

Tamsui Old Street

ระหว่างทางจะเจอร้านเค้กไข่ไต้หวัน (Castella) ผ้าใบสีแดงที่คิวยาวมาก รอบนี้เราเลยแค่แวะดู ไม่ได้ต่อคิวซื้อ

เค้กไข่ไต้หวัน
เค้กไข่ไต้หวัน ดูนุ่มเด้งสุด ๆ

จุดที่เราชอบที่สุดกลับเป็นซอยขั้นบันไดที่เรียกกันว่า Love Lane อยู่ในย่าน Chongjian Street ด้านหลังวัด Fuyou Temple แยกออกจากถนนหลักขึ้นไปบนเนิน เดินขึ้นไปจะเจอตึกเก่า บ้านอิฐแดง และวัดเล็กๆ เงียบกว่าถนนข้างล่างคนละโลก หันกลับไปก็เห็นแม่น้ำและภูเขา ถ่ายรูปสวยทุกมุม

ซอยขั้นบันไดใน Tamsui
Love Lane ซอยขั้นบันไดด้านหลังวัด Fuyou Temple

วิวแม่น้ำจากบนเนิน และน้องแมว

แถวเนินนี้มีน้องแมวนอนอยู่ด้วย หน้าตาเบื่อโลกพอๆ กับแมวที่ Houtong เมื่อวานเลย 555+

เดินต่ออีกนิดจะเจอ Tamsui Presbyterian Church โบสถ์อิฐแดงเก่าแก่ที่เหมาะกับการถ่ายรูปมาก ๆ จากนั้นเดินลงมาที่ทางเดินริมแม่น้ำ ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา และมีคาเฟ่กับร้านอาหารเป็นระยะ

ถนนเล็กที่มองเห็นยอดโบสถ์อยู่ปลายทาง

Tamsui Presbyterian Church

ทางเดินริมแม่น้ำ

ท่าเรือเล็ก Hobe Fishing Harbor
Hobe Fishing Harbor ท่าเรือเล็กริมแม่น้ำ Tamsui

วิวแม่น้ำ Tamsui กับภูเขาฝั่งตรงข้าม

เดินมาสักพักก็ถึงเวลาของหวาน เราแวะคาเฟ่ Asahi Huuhu ริมน้ำแถว Hobe Fishing Harbor ที่ขาย Kakigori น้ำแข็งไสเนื้อนุ่มๆ กับเครป นั่งมองแม่น้ำกับภูเขาไปพลาง นั่งได้เพลินมาก

หน้าร้าน Asahi Huuhu และวิวริมน้ำ

Kakigori เครป และเครื่องดื่มที่ Asahi Huuhu

เมนูที่เราแนะนำคือเครปกับ Kakigori รสช็อกโกแลต ส่วนเครื่องดื่มเป็นแอปเปิ้ลวินิก้า สดชื่นดี

พิกัดคาเฟ่ น่ารักๆ Asahi Huuhu Tamsui



นั่งรถเมล์ไป Fisherman's Wharf และ Lover's Bridge

จุดสุดท้ายที่ Tamsui คือ Tamsui Fisherman's Wharf จากร้านของหวานเราเดินไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายใกล้ๆ ร้าน นั่งไปลงที่ Fisherman's Wharf ได้เลย ไม่ต้องเดินกลับไปที่สถานี

พอถึง Fisherman's Wharf ก็จะเจอท่าเรือที่มีเรือจอดเต็มไปหมด และไฮไลต์คือ Lover's Bridge สะพานสีขาวทรงใบเรือ ที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกชื่อดัง จริงๆ เราตั้งใจมารอดูพระอาทิตย์ตกที่นี่เลยนะ แต่วันนั้นนอกจากฟ้าค่อนข้างครึ่ม ลมแรง เหมือนฝนจะตกรอมร่อ เลยเดินถ่ายรูปกันสักพักแล้วรีบกลับก่อน อดดูพระอาทิตย์ตกไปตามระเบียบ

ท่าเรือ Fisherman's Wharf

Lover's Bridge
Lover's Bridge ในวันฟ้าครึ้มและลมแรง

ขากลับเราเปลี่ยนมานั่งรถไฟรางเบา Danhai LRT สีฟ้าน่ารักๆ แตะ EasyCard ขึ้นได้เหมือน MRT บนรถมีตุ๊กตาตัวละครจากงานของนักวาดชาวไต้หวัน Jimmy Liao (จิมมี่ เลี่ยว) นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วย น่ารักดี จากนั้นนั่งไปลงสถานี Hongshulin แล้วเปลี่ยนไปต่อ MRT สายสีแดงกลับ Taipei Main Station ได้เลย

รถไฟรางเบา Danhai LRT และตุ๊กตา Jimmy Liao บนรถ

โดยรวมเราว่า Tamsui เป็นเมืองที่ vibe ดีมากนะ ทั้งซอยเก่า บ้านอิฐแดง และทางเดินริมแม่น้ำ แอบเสียดายอยู่อย่างเดียวคือฟ้าครึ้มๆ ตั้งแต่บ่าย ถ้ามาวันที่อากาศดีน่าจะสวยกว่านี้เยอะเลย

ใครอยากดูรายละเอียด Tamsui เต็มๆ เราเคยเขียนไว้แยกในบทความ เที่ยว Tamsui one day trip แบบปล่อยใจจอย ชิลๆ เที่ยว Tamsui Old Street แวะไปอ่านกันได้นะ

กลับไทเป ชานม Milksha ซูชิ Sushiro และเช็คอิน Hinoen

กลับถึง Taipei Main Station ประมาณหกโมงครึ่ง เร็วกว่าที่วางแผนไว้พอสมควรเพราะอากาศไม่เป็นใจ ตามธรรมเนียมประจำวัน วันนี้เรายังไม่ได้กินชานมกันเลย วันนี้เลยจัดชานมร้าน Milksha ในสถานี บอกเลยว่าร้านนี้คือร้านที่เราชอบที่สุด ตั้งแต่ไล่กินชานมมาทุกวันในทริปนี้เลย!

ร้าน Milksha และชานม

มื้อเย็นวันนี้เป็นซูชิอีกแล้ว เพราะกลางวันที่ Kura ยังรู้สึกไม่อิ่มเอมใจเท่าไหร่ (แปลกดีนะ มาไต้หวันแต่กินซูชิทั้งกลางวันและกลางคืน 555+) คราวนี้เป็น Sushiro ใกล้ๆ Taipei Main Station ร้านอยู่ชั้น 2 ต้องกดบัตรคิวแล้วรอเรียก เราได้คิวตอนประมาณทุ่มนึง กว่าจะได้เข้าร้านก็เกือบสองทุ่ม ใครจะมาช่วงเย็นกดคิวไว้แต่เนิ่นๆ แล้วไปเดินเล่นก่อนได้เลย

ป้าย Sushiro ชั้น 2 และจอเรียกคิว

มื้อนี้สั่งกันเพลินมาก ตามนี้เลย

  • ซูชิแซลมอน - เมนูพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
  • หอยเม่นห่อสาหร่าย
  • เมนไทโกะกับผักกาดดองห่อสาหร่าย
  • กุนกันนัตโตะ
  • ปลาซาบะ
  • ปลาหน้าขิงต้นหอม
  • โรสต์บีฟ
  • กุนกันรวม 3 หน้า
  • ซูชิหน้าไก่ - อารมณ์เหมือนกินข้าวมันไก่ในคำเดียว 555+
  • กุ้งแดงดองสไตล์ไทยรสเปรี้ยวเผ็ด (泰式酸辣醃漬赤蝦) - เข้าใจว่าเป็นเมนูลิมิเต็ดในแคมเปญอาหารรอบโลก จานละ 60 NTD เจอรสไทยในไต้หวันก็ต้องลองสักหน่อย 555+
  • ปลาย่างโรยพริก กับ กุนกันหน้าครีมสีส้มโรยต้นหอม - อันนี้จำชื่อเมนูไม่ได้แล้ว
  • สลัดแซลมอน
  • น้ำแข็งไสมะม่วงกับซอฟต์เสิร์ฟ - ของหวานปิดท้าย อันนี้อร่อยมากกก แนะนำเลย! (แต่คาดว่าน่าจะเป็นเมนูตามฤดูกาลนะ)

แซลมอน หอยเม่น เมนไทโกะ และนัตโตะ

ปลาซาบะ ปลาหน้าขิง โรสต์บีฟ และกุนกันรวม

ซูชิหน้าไก่ กุ้งแดงดองสไตล์ไทย ปลาย่างโรยพริก และกุนกันหน้าครีมที่ Sushiro

สลัดแซลมอน และน้ำแข็งไสมะม่วง

มื้อนี้เราประทับใจมาก เทียบกับ Kura ตอนกลางวัน Sushiro เมนูหลากหลายกว่าเยอะ มีหน้าแปลกๆ ให้ลองเพียบ อย่างซูชิหน้าไก่ที่เหมือนข้าวมันไก่ ใครอยากกินซูชิสายพานที่ไต้หวันสักมื้อ Sushiro เป็นตัวเลือกที่คิดว่าไว้ใจได้

พิกัด Sushiro สาขา Taipei Station

กินเสร็จก็ได้เวลาไปเช็คอินที่ Hinoen รับกระเป๋าที่ฝากไว้ตั้งแต่เช้า ห้องกว้างและใหม่ มีตู้เย็น ห้องน้ำแยกส่วนอาบน้ำ และที่เด็ดคือมีห้องซักผ้าให้ใช้ด้วยที่ชั้น 1 มีทั้งเครื่องซักและเครื่องอบผ้า ไม่มีที่หยอดเหรียญ ใช้ได้ฟรีเลย เหมาะกับทริปยาวๆ แบบนี้มาก แค่ต้องทำตามกติกาหน่อยนะ ซักได้เฉพาะเสื้อผ้าส่วนตัว (ห้ามซักตุ๊กตากับรองเท้า) และซักหรืออบเสร็จแล้วให้รีบเอาผ้าออก คนต่อไปจะได้ใช้ต่อ

ห้องพัก Hinoen

ห้องน้ำ Hinoen

ห้องซักผ้า Hinoen

พิกัด โรงแรมที่พัก Hioen ไทเป ไต้หวัน

และ Day 5 ในไต้หวันของเราจบตรงนี้ เช็คอินเสร็จประมาณสามทุ่ม เก็บของ ซักผ้า และพักผ่อน เตรียมพร้อมลุยกันต่อใน Day 6!

บทความที่น่าสนใจ

© 2026 onetotea92. All rights reserved. ภาพทั้งหมดในบทความนี้เป็นผลงานที่ถ่ายโดยเจ้าของเว็บไซต์ ห้ามนำไปใช้ คัดลอก หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *